|
บีทูเอส จัดพิธีส่งมอบหนังสือเสียง 82 พรรษาทำดีเพื่อพ่อ มอบหนังสือเสียง
ให้แก่ผู้ด้อยโอกาส 820 แห่ง
จากเสียงผู้อ่าน กว่า 100 ท่าน หรือ กว่า 100 เสียง ในกิจกรรมสร้างหนังสือเสียง...สู่ผู้บกพร่องทางการมองเห็น
โครงการอ่านหนังสือเพื่อคนตาบอดไทย ณ บีทูเอส สาขาเซ็นทรัลเวิลด์
บีทูเอส แหล่งการเรียนรู้ครบวงจร จำหน่ายหนังสือ เครื่องเขียน และสื่อบันเทิง ในเครือบริษัทเซ็นทรัลรีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด ร่วมกับ กระทรวงวัฒนธรรม, กระทรวงศึกษาธิการ, มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก , มูลนิธิคนตาบอดไทย และ บริษัท แปลน ฟอร์ คิดส์ จำกัด จัดพิธีส่งมอบหนังสือเสียง 82 พรรษาทำดีเพื่อพ่อ มอบหนังสือเสียงให้แก่ผู้ด้อยโอกาส 820 แห่ง หลังจากที่ได้มีการเปิดตัวกิจกรรมการสร้างหนังสือเสียง...สู่ผู้บกพร่องทางการมองเห็น โครงการอ่านหนังสือเพื่อคนตาบอดไทย เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2552 ที่ผ่านมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้คนไทย , เยาวชนไทย รักการอ่าน และทำดีเพื่อสังคม ด้วยการใช้เสียงทำบุญอ่านหนังสือ บันทึกเสียงเป็นหนังสือเสียง มอบให้แก่ผู้บกพร่องทางการมองเห็น และผู้ด้อยโอกาสในสังคม ณ บีทูเอส สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ ในปีที่ผ่านมา จนขณะนี้หนังสือเสียงได้จัดทำสำเร็จลุล่วง พร้อมส่งมอบให้แก่องค์กรการกุศล , หน่วยงานการศึกษาของรัฐ ฯลฯ จำนวน 820 แห่งในปีพ.ศ. 2553 นี้
บีทูเอส แหล่งการเรียนรู้ครบวงจร ที่รวมหนังสือ เครื่องเขียน และสื่อบันเทิง ไว้ที่เดียวกัน ได้ริเริ่มกิจกรรมเพื่อสังคมครั้งแรกใน โครงการอ่านหนังสือเพื่อคนตาบอดไทย ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2549 โดยจัดทำห้องผลิตหนังสือเสียง บีทูเอส สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ ขึ้นเป็นแห่งแรก เพื่อส่งเสริมให้คนไทยรักการอ่าน และยังได้ทำบุญที่มาจากการใช้เสียงของตนเองอ่านหนังสือน่าอ่านจากสำนักพิมพ์ต่างๆ ที่เข้าร่วมโครงการ โดยได้รับความร่วมมือจากมูลนิธิคนตาบอดไทย ในการจัดทำให้เป็นรูปแบบหนังสือเสียง หรือซีดีเสียง โดยหนังสือเสียงแต่ละเรื่อง จะถูกเก็บรักษาไว้ยังห้องสมุดคนตาบอดแห่งชาติ มูลนิธิคนตาบอดไทย เพื่อไว้บริการให้แก่ผู้บกพร่องทางการมองเห็น หรือคนตาบอดไทย สามารถยืมไปฟังต่อที่บ้านได้สะดวก และเป็นหนังสือเสียงที่ให้ทั้งความรู้ และความเพลิดเพลินใจแก่ผู้ฟัง เป็นอย่างยิ่ง
นายวาริท จรัณยานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายการตลาด บริษัท บีทูเอส จำกัด ได้กล่าวถึงความสำเร็จของกิจกรรมครั้งนี้ว่า จากความตั้งใจที่บีทูเอส จะเปิดกว้างให้ผู้สนใจท่านอื่นๆ โดยเฉพาะเยาวชนไทย ให้มีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น ในการทำความดี และในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระชนมายุ ครบรอบ 82 พรรษา ในปีที่ผ่านมา จึงได้ริเริ่มกิจกรรมสร้างหนังสือเสียงฯ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนไทยเกิดความรักในการอ่านหนังสือ และใช้ภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง ด้วยความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน จัดหาหนังสือที่มีคุณค่า น่าอ่าน เช่น หนังสือดอกสร้อยสุภาษิต ซึ่งถือเป็นหนังสือเสียง ประวัติศาสตร์เล่มแรกของงาน ที่รวบรวมเสียงจากบุคคลสำคัญในแวดวงต่างๆ อาทิ ท่านวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม , ท่านแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต , คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา , คุณริสรวล อร่ามเจริญ , คุณพัชรศรี เบญจมาศ, คุณศรัณย่า ส่งเสริมสวัสดิ์ , คุณแทนคุณ จิตต์อิสระ, คุณแวร์ โซว และเยาวชนคนเก่งที่ได้รับรางวัลมากมายจากการอ่านทำนองเสนาะระดับประเทศ ธนบดี อินหาดกรวด , พัชยาภรณ์ พึ่งส่วาง ฯลฯ ร่วมกันการอ่านทำนองเสนาะครั้งแรก และหนังสือสำหรับเยาวชน รวมจำนวน 43 เรื่อง นำมาผลิตเป็นหนังสือเสียง ส่งมอบให้แก่องค์กรการกุศล ต่างๆ จำนวน 820 แห่งทั่วประเทศ ในพิธีมอบหนังสือเสียงปีนี้ โดยมีผู้อ่าน ทั้งผู้ใหญ่ใจดีจากแวดวงต่างๆ และเยาวชนไทย ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ตอนปลาย รวมแล้วกว่า 100 ท่าน หรือ กว่า 100 เสียง ที่ตั้งใจทำความดีเพื่อสังคม
(หนังสือ ดอกสร้อยสุภาษิต เป็นหนังสือที่กระทรวงธรรมการ ปัจจุบันเรียกว่า กระทรวงศึกษาธิการ ได้ให้กรมราชบัณฑิตจัดพิมพ์ขึ้น เพื่อให้เป็นหนังสืออ่านประกอบเป็นประโยชน์แก่การศึกษา มีหลายเรื่อง จำนวน 34 บท โดยแต่เก่าก่อนให้จินตกวีร้อยกรองไว้ด้วยถ้อยคำอันไพเราะ ถือเป็นหนังสือสอนอ่านสำหรับกระทรวงธรรมการเป็นครั้งแรก จัดพิมพ์ขึ้นสำหรับโรงเลี้ยงเด็ก เพื่อให้เด็กได้ร้องเล่น และให้อาจารย์ นักเรียน หัดอ่าน เรียนคำศัพท์ เช่น แมวเหมียวแยกเขี้ยวยิงฟัน, ตั้งไข่ล้มต้มไข่กิน , นกขมิ้นเหลืองอ่อน, จิงโจ้โล้สำเภา, ซักส้าวมะนาวโตงเตง,นกกิ้งโครงเข้าโพรงนกเอี้ยงมดแดง, กระต่ายติดแร้วเจ้าการะเกด, นกเขาขันแต่เช้าไปจนเที่ยง, จันทร์เจ้าขอเข้าขอแกง,นกเอี้ยงเลี้ยงความเถ้า เป็นต้น และในปีพ.ศ. 2550 กระทรวงวัฒนธรรม จัดพิมพ์เนื่องในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ จำนวน 10,000 เล่ม )
นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ในนามกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งเป็นหน่วยงานซึ่งทำหน้าที่ดูแลด้านวัฒนธรรม ศาสนา ขนบธรรมเนียมประเพณี และวิถีชีวิตของคนในชาติ รวมทั้งผู้มีส่วนร่วมทุกฝ่าย ที่มีส่วนขับเคลื่อนให้การผลิตหนังสือเสียง 82 พรรษา ทำดีเพื่อพ่อ แล้วเสร็จ จนสามารถนำผลงานที่ทรงคุณค่าจากจิตใจที่ดีงาม ส่งผ่านไปสร้างความรู้ และความเพลิดเพลินแก่ผู้ด้อยโอกาส เนื่องจากบกพร่องทางการมองเห็นถึง 820 แห่ง ได้ในครั้งนี้ จึงนับเป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่ความตั้งใจดำเนินกิจกรรมในปีที่ผ่านมา จะทำให้เด็กและเยาวชนมีจิตสำนึกที่ดี รู้จักเผื่อแผ่ไปให้ผู้ด้อยโอกาส พร้อมกับได้พัฒนาทักษะการอ่าน และการใช้ภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง จากนิสัยรักการอ่านของแต่ละคนไปในคราวเดียวกัน เพราะการรับรู้เรื่องราวต่างๆที่มีอยู่รอบตัวเรานั้น เป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยวิธีการรับรู้สิ่งต่างๆ เหล่านั้น นอกจากการได้ยิน ได้ฟัง ได้เห็นแล้ว การอ่านถือเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง การอ่านทำให้คนฉลาด รู้จักคิด และมีโลกทัศน์กว้างไกล ช่วยให้เกิดความงอกงามทางสติปัญญา การอ่านจึงถือได้ว่ามีส่วนผลักดันให้สังคมเจริญก้าวหน้าไปได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
นอกจากพิธีมอบหนังสือเสียงให้แก่องค์กรต่างๆแล้ว อาทิ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น , กรุงเทพมหานคร, ห้องสมุดคนตาบอดแห่งชาติ, สมาคมอนุบาลศึกษา แห่งประเทศไทย , กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข, สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขึ้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ , ชมรมสถานประกอบการรับเลี้ยงเด็ก ฯลฯ ภายในงาน ยังได้จัดให้มีพิธีมอบประกาศนียบัตร และประกาศเกียรติคุณ ให้แก่ นักเรียนและโรงเรียน ที่เข้าร่วมกิจกรรม อาทิ โรงเรียนวัดบวรนิเวศ , โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา,โรงเรียนวัดราชบพิตร,โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย,โรงเรียนโยธินบูรณะ, โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน และโรงเรียนสตรีวัดมหาพฤฒาราม ในพระบรมราชินูปถัมภ์ พร้อมเชิญชวนผู้ร่วมงานรับฟังงานเสวนา ใส่เสียง ใส่ความห่วงใย ในหนังสือเสียง จากบุคคลในแวดวงการศึกษา-ความรู้ ได้แก่ คุณริสรวล อร่ามเจริญ , คุณสุธาทิพ ธัชยพงษ์, คุณพจมาน พงษ์ไพบูลย์, คุณวาสนา กลีบเมฆ ร่วมกันถ่ายทอดเรื่องราวของเสียงอันมีค่า ที่ได้มาจากตัวอักษรนับหมื่นตัว ร้อยเรียงด้วยน้ำใจ ผ่านน้ำเสียงชวนฟัง จนกลายมาเป็นหนังสือเสียง ที่ทรงคุณค่ายิ่ง จากทุกชนชั้น ได้อ่าน และรับฟัง ทั่วประเทศ
ผู้สนใจยังสามารถร่วมอ่านหนังสือเสียง ในโครงการอ่านหนังสือเพื่อคนตาบอดไทย จากหนังสือน่าอ่านของสำนักพิมพ์ต่างๆ ณ ชั้น 3 ห้องผลิตหนังสือเสียง บีทูเอส สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ ลงทะเบียนจองห้องได้ทุกวัน เวลา 11.00-15.00 น. และ 17.00 20.00 น. โทร. 0-2646-1274 / 0-2646-1270-3 ต่อ 365
|