• ช้อปครบ 599 ส่งฟรีภายใน 3 วันทำการ
  • ชำระเงินปลอดภัย

คุณยังไม่มีสินค้าในตะกร้า

Blog - 2018 นี้ ศิลปะเขาไปถึงไหนกันแล้วนะ

 2018 นี้ ศิลปะเขาไปถึงไหนกันแล้วนะ
โดย admin b2s 27/2/2018 19:24

ทุกวันนี้งานศิลปะกลับไม่ใช่สิ่งไกลตัวอีกต่อไป เพียงแค่เราลองหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเลื่อนผ่านหน้าฟีด Facebook หรือ Instagram ทีสองที เราก็จะพบกับผลงานศิลปะที่แฝงตัวอยู่ในรูปแบบของคอนเทนต์ต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นพวกโฆษณาเอย ข่าวสารเอย ก็ล้วนแล้วมีผลงานศิลปะซุกซ่อนอยู่ทั้งนั้น

                ทีนี้ ศิลปะมันก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคตามสมัยใช่มั้ย อันไหนมาแรงก็ติดชาร์ต อันไหนไม่ฮิตก็ดับไป เรียกง่ายๆ ว่าเป็นเทรนด์ของศิลปะในการออกแบบนั่นแหละ

วันนี้ B2S Think Space ก็เลยจะมาหยิบยกเทรนด์ศิลปะที่เห็นแล้วต้องอุทาน “มันอาร์ทมากกกกกก!” แถมยังเป็นที่นิยมในปี 2018 นี้มาให้ได้ชมกันว่า จากที่เราเคยเห็นแค่ผ่านๆ ในโลกออนไลน์น่ะ เขาก้าวล้ำไปถึงขั้นไหนกันบ้างแล้ว

https://blind.com/wp-content/uploads/2016/01/Manual-of-Typography-11-1.png

1. ตัวอักษรจะกลับมาทวงคืนบัลลังก์ 

ดูเหมือนความ #ยาวไปไม่อ่าน ของผู้คนสมัยนี้ จะสร้างปัญหาตัวเท่าบ้านให้กับเหล่านักออกแบบและคนทำคอนเทนต์ซะเหลือเกิน ถ้าคอนเทนต์ไหนมีเนื้อหาหรือข้อมูลที่ยาวเกินไปนะ รับรองได้เลยว่าความสนใจของผู้อ่านนี่แทบจะหล่นฮวบไปอยู่ตาตุ่มกันเลยทีเดียว

แล้วจะให้เหล่านักออกแบบเขานิ่งเฉยกันได้เยี่ยงไร?

เหล่านักออกแบบก็เลยหันมาแก้ปัญหานี้ด้วยการเปลี่ยนรูปแบบตัวอักษรให้มันเก๋ไปเลยจ้า เดี๋ยวทำตัวเล็กบ้าง ตัวใหญ่บ้าง ใส่สงใส่สีให้มันตัดกันบ้างงี้ ไรงี้ ซึ่งเทรนด์นี้เขาก็กำลังมาแรงอยู่พอสมควรกับชื่อแบรนด์ หรือข้อความสั้นๆ เด็ดๆ ที่อ่านปุ๊ปรู้ปั๊ปว่าแบรนด์อะไร เพราะมันช่วยให้เนื้อหาดูไม่น่าเบื่อ น่าอ่าน และสร้างการจดจำประโยคนั้นไปตลอดปี

.

https://www.behance.net/gallery/60273889/2018-Design-Trends

2. งาน 3 มิติคะ คุณได้ไปต่อ                 

                เป็นที่ทราบกันดีว่างานออกแบบประเภท 3 มิตินั้น ยังคงฮ็อตฮิตติดชาร์ตกันมานานแล้ว เห็นได้ชัดจากช่วง 2 ปีที่ผ่านมาที่มีจำนวนผลงานออกแบบ 3 มิติเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวเลยทีเดียว และไหนจะศิลปินแนวหน้าอย่าง MVSM (ปีเตอร์ ทาร์กา) ที่สร้างสรรค์ผลงาน 3 มิติชื่อดังแต่ละงานออกมาอีก เขาจึงพากันคาดการณ์ว่าในปี 2018 นี้ งานศิลปะประเภทนี้ก็จะยังคงได้รับความนิยมไม่แพ้ปีอื่นๆ อย่างแน่นอน หรือไม่แน่ก็อาจจะเป็นที่นิยมมากกว่าปีอื่นเสียด้วยซ้ำ! เพราะในโลกโซเชียลก็เริ่มมีผลงานการออกแบบ 3 มิติที่ผสมผสานกับโลโก้ของผลิตภัณท์ให้ได้เห็นกันอยู่มากทีเดียว 

.

https://i.redd.it/e5loiziz7eqz.png

3. โลโก้แบบเรียบง่าย แต่กินใจซะเหลือเกิน          

                จะออกแบบโลโก้ให้มันซับซ้อนยุ่งยากไปทำไม ในเมื่อแบบเรียบๆ ง่ายๆ ก็ทำให้โลโก้ของเราดูหรูโดนใจคนทั้งบ้านทั้งเมืองแล้ว พิสูจน์ได้จากโลโก้ของทาง Mozilla Firefox ที่เรามักจะคุ้นชินกับสัญลักษณ์รูปน้องสุนัขจิ้งจอกมุ้งมิ้งสีส้มที่กำลังนอนขดอยู่ โดยมีการออกแบบโลโก้ใหม่ด้วยการผสมผสานระหว่างรูปทรงที่เรียบง่ายกับมุมมองแบบกึ่ง 3 มิตินิดๆ และการเลือกสีสันที่เรียบแต่กลมกลืน บวกกับการเพิ่มความลึกเล็กน้อยให้ดูสมดุลกัน โดยรวมแล้วก็ถือว่าโลโก้มีความสว่างและอิ่มตัวมากขึ้น ช่วยสร้างภาพลักษณ์ใหม่และทำให้แบรนด์ดูโดดเด่นขึ้นเป็นกองเลยจ้า

.

https://99designs-blog.imgix.net/blog/wp-content/uploads/2017/11/ResponsiveLogos_preview.png?auto=format&q=60&fit=max&w=930

4. โลโก้ผู้เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว

                ถ้าเป็นสมัยก่อน การออกแบบโลโก้มาแค่แบบเดียวและขนาดเดียว ก็สามารถนำมาใช้ได้กับทุกสิ่งอย่างแล้วล่ะ แต่พอมาสมัยนี้ มันก็ไม่ได้ง่ายเหมือนกับสมัยก่อนน่ะสิ ลองนึกภาพโลโก้ขนาดปกติที่เคยปรากฏอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ต้องมาปรากฏตัวเบ่อเร้อเท่ออยู่เต็มหน้าจอมือถือแทน มันจึงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับทุกคนอีกต่อไป

                เหล่านักออกแบบเขาจึงหันมาจับมือร่วมทีมกับนักพัฒนาเพื่อช่วยกันหาวิธีทำให้โลโก้สามารถปรับให้เข้าได้กับทุกอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอคอมพิวเตอร์ หน้าจอโทรศัพท์มือถือ หรือแม้แต่หน้าจอแท็บเล็ตก็ตาม ซึ่งพวกเขาเรียกมันว่า ‘การออกแบบแบบตอบสนอง’ ที่ไม่ใช่แค่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเท่านั้น แต่ยังเป็นการออกแบบที่จำเป็นกับทุกแบรนด์ในยุคปัจจุบันเลย

.

http://www.foodiggity.com/artist-reinterprets-brand-logos-with-hand-drawn-illustration-and-typography/

5. ภาพวาดด้วยมือก็ยังคงคลาสสิกกันต่อ

                ความทันสมัยไม่ได้เป็นตัวบ่งบอกถึงความยอดนิยมเสมอไป เพราะศิลปะการออกแบบด้วยการวาดภาพด้วยมือนั้นก็ยังคงคลาสสิกไม่ยอมเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอด เทคนิคการออกแบบประเภทนี้มักจะเป็นภาพวาดสะท้อนสิ่งต่างๆ ในโลกปัจจุบัน ซึ่งเขามักจะเรียกกันว่าเป็นการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะโดยวิธีที่ไม่ถูกหน้าจอคอมพิวเตอร์ครอบงำ (หูยยยยย อะไรจะขนาดนั้น) แต่ถ้าอธิบายง่ายๆ ก็คือเป็นงานศิลปะที่ลงมือทำด้วยตัวเองนั่นแหละ #จบ

                แดน แบรมแฮม นักออกแบบอาวุโสของ Greenwich Design ได้กล่าวถึงการวาดภาพด้วยมือไว้ว่า “ผมดีใจมากที่ได้เห็นผลงานการวาดภาพด้วยมือที่สละสลวยและโดดเด่นมากมายในปี 2017 ที่ผ่านมา และผมก็คาดว่ามันจะได้รับความนิยมมากขึ้นอีกในปีนี้” และมันจะเป็นอย่างที่เขาบอกจริงๆ

.

http://tutozone.net/wp-content/uploads/2016/08/201628142031984.jpg

6. สีสันสดใสมาแรงแซงทางโค้ง

                ปฏิเสธไม่ได้ว่ากระแสมินิมอลที่นิยมใช้สีเรียบๆ อย่างขาวกับดำก็ยังคงมีอยู่

แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้อีกเหมือนกันนั่นแหละ ว่าพวกสีสันสดใสแสบทรวงก็ยังเป็นที่ฮอตฮิตไม่แพ้กัน สังเกตได้จากหลายแบรนด์เลยที่หันมาใช้สีสันความสดใสเพื่อทำให้แบรนด์หรือผลิตภัณท์ของพวกเขาดูโดดเด้งและสะดุดตาท่ามกลางความน่าเบื่อขึ้นมา

                นอกจากนี้ ก็ยังมีอีกหลายแบรนด์เลยที่เลือกใช้สีสันเจ็บๆ ชนิดที่เรียกว่าสดใสจนแสบตาเหลือเกิน มาใช้เป็นสีพื้นหลังโปสเตอร์เวลาโปรโมทแบรนด์แรงๆ หลายคนจึงคาดการณ์กันว่าปี 2018 นี้อาจจะเป็นปีที่เหล่าสีสันสดใสจะกลายมาเป็นนางเอก (หรือตัวร้าย?) ก็ได้ ใครจะไปรู้ มันเป็นสีที่ช่วยเปลี่ยนอัตลักษณ์ใหม่ให้กับแบรนด์และยังให้พลังด้านบวกเวลามองอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นเทรนด์ที่เจ๋งและกำลังมาแรงจริงๆ 

.

https://cdn-images-1.medium.com/max/2000/1*F0v_qC4Ln7Sv3Df8juTYXg.png

7. เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมีความละเอียดสูง

                การสร้างคอนเทนต์ในรูปแบบของภาพและวีดีโอต้องมาคู่กับความละเอียดสูงสุดแบบขาดกันไม่ได้ ใครละเอียดกว่ายิ่งดี ใครยัดจำนวนพิกเซลลงในเนื้อหาภาพได้มากกว่ายิ่งเจ๋ง ภาพยิ่งคม งานยิ่งคลู

และเพื่อปรับตัวให้เข้ากับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ที่มีหน้าจอแบบอินฟินิตี้อย่าง iPhone X และ Samsung Galaxy S8 ซึ่งออกแบบมาให้รับความละเอียดสูงได้สูงดีเหลือเกิน ปัญหาทั้งหมดมันจึงไปตกอยู่ที่นักออกแบบ ที่ต้องสร้างสรรค์ผลงานที่สามารถใช้พลังของจำนวนพิกเซลทั้งหมดมาสร้างผลงานที่สมบูรณ์แบบเพื่อดึงดูดใจผู้ใช้แต่ละคนให้ได้ เรียกง่ายๆ ว่าที่ทำๆ ไปทั้งหมดก็เพื่อเรียกร้องความสนใจจากลูกค้านั่นแหละนายจ๋า

.

https://99designs.com/product-packaging-design/contests/create-vintage-timeless-beer-label-up-coming-mexican-500545/entries/44

8. พัฒนาการของความวินเทจ

                วินเทจคือความเก่าที่ยังคงอยู่ในกระแสปัจจุบัน (อ้าว งงละสิ) มันคือความอมตะที่สุดแสนจะประณีต ที่สามารถท้าชนกับกระแสหลักอย่างความมินิมอลได้แบบสบายๆ แบรนด์ต่างๆ ที่ต้องการหารูปลักษณ์ชั้นยอดในการออกแบบก็มักจะเลือกกระแสรองแสนเก๋านี้กันเป็นแถว และเพื่อให้ความวินเทจนี้มีความทันต่อยุคต่อสมัยมากยิ่งขึ้น ศิลปินหลายคนจึงนิยมพัฒนาความวินเทจ ด้วยการเพิ่มความละเอียดของภาพให้มากขึ้นนั่นเองห

                ความวินเทจสมัยก่อนกับความวินเทจสมัยนี้ก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกันมากมาย แค่มีเส้นกั้นบางๆ ที่เรียกว่าความละเอียดสูงก็เท่านั้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ความวินเทจก็ไม่ได้เหมาะกับทุกแบรนด์ไปซะหมด มันก็ขึ้นอยู่กับรูปลักษณ์ของแต่ละแบรนด์เหมือนกัน โดยเฉพาะกับเครื่องดื่มสร้างสรรค์ ไวน์ สุราหรือเบียร์บางยี่ห้อเท่านั้น ที่ใช้ประโยชน์จากความวินเทจนี้มานานหลายปี และก็ได้ผลลัพธ์ทางการค้าที่ดีงามเหลือเกิน 

.

https://mindsparklemag.com/design/graphic/monkifesto-fashion-campaign/

9. ภาพถ่ายธรรมดาหลบไป งานถ่ายอาร์ทๆ มาแน่

                เพราะภาพหนึ่งภาพแทนคำเป็นล้านคำ การถ่ายภาพในสมัยนี้จะไม่ใช่แค่การจัดฉากถ่ายรูปธรรมดาๆ อีกต่อไป มันกลายเป็นสิ่งสำคัญของแต่ละแบรนด์และบริษัทไปแล้ว ว่าจะต้องออกแบบภาพถ่ายให้ออกมาโดดเด่น น่าสนใจ และสื่อความหมายออกมาให้ได้มากที่สุด เพราะภาพเหล่านี้จะเป็นตัวชูโรงตัวเด็ดที่ทำให้ลูกค้าเขาจดจำแบรนด์ของคุณได้ยังไงล่ะ การคิดคอนเซ็ปต์และออกแบบองค์ประกอบต่างๆ ภายในภาพถ่ายแต่ละภาพจึงไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป คุณจะต้องตีลังกาสามตลบเพื่อคิดวิธีที่จะทำให้ลูกค้าตราตรึงและจดจำแบรนด์ของคุณให้ได้ตลอดไปด้วยการใช้ความเป็นศิลปะเข้ามาช่วย   

.

https://www.pinterest.com/Florian_Wouane/g-r-a-p-h-i-c-80s-90s/

10. ความ 80s และ 90s ต้องมาว่ะ

                ด้วยความหลงใหลในยุคศิลปะเฟื่องฟูอย่างยุค 80s และ 90s จึงเกิดเป็นแรงบันดาลใจในการผสมผสานชุดสีและรูปแบบกราฟิกใหม่ที่ได้รับความนิยมใช้กันเป็นอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น จากสีชมพูพาสเทลแสนมุ้งมิ้งอย่างสี Pink Millennial ก็ถูกนำมาผสมปนเปจนกลายเป็นเฉดสีไฟฟ้า ที่เหมือนปลุกกลิ่นอายของความเป็น 80s และ 90s ให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง

มีการคาดการณ์กันว่ากระแสนี้จะได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเด็กๆ ที่เคยอยู่ในยุค 80s และ 90s ก็เริ่มโตขึ้นและมีบทบาทที่สำคัญในสังคมมากขึ้น เรียกได้ว่าทำให้อิทธิพลของกระแสนี้วิ่งเข้าชนกลุ่มเป้าหมายกลุ่มใหญ่นี้เข้าอย่างจังเลยล่ะ ซึ่งก็ถือเป็นข้อดีสุดๆ ไปเลยกับแบรนด์ที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นคนที่เกิดในยุค 80s และ 90s ก็เพราะมันชวนให้พวกเขานึกถึงกลิ่นอายของตอนเป็นเด็กน่ะสิ

ว่าแล้วก่อนจากกัน ขอเปิดเพลง Polycat ฟังดีกว่า แล้วเราพบกันใหม่ในบทความหน้านะ #Yeah

 

ข้อมูลจาก

  • https://medium.muz.li/design-trends-2018-ecf5820f8bd0
  • https://99designs.com/blog/trends/graphic-design-trends-2018/#more-depth
  • https://www.behance.net/gallery/60273889/2018-Design-Trends
  • https://www.creativebloq.com/features/graphic-design-trends-for-2018