• ช้อปครบ 599 ส่งฟรีภายใน 3 วันทำการ
  • ชำระเงินปลอดภัย

คุณยังไม่มีสินค้าในตะกร้า

Blog - จะมัวทำงานที่บ้านอยู่ทำไม ในเมื่อมี Co-Working Space อยู่รอบเมือง

จะมัวทำงานที่บ้านอยู่ทำไม ในเมื่อมี Co-Working Space อยู่รอบเมือง
โดย admin b2s 20/2/2018 18:16

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ยุคนี้คนหันหลังให้กับการเป็นมนุษย์เงินเดือน และก้าวสู่หนทางของอาชีพอิสระกันมากขึ้น หลายคนจึงเลือกที่จะออกมาทำงานข้างนอกมากกว่านั่งอยู่แต่ในบ้าน จึงเกิดแนวคิดที่ว่า ‘การทำงานไม่จำเป็นต้องนั่งทำที่ออฟฟิศหรือที่บ้านเสมอไป’ เราจึงไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่จะเห็น Co-Working Space ผุดขึ้นเต็มบ้านเต็มเมืองอย่างกับดอกเห็ด เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนเมืองรุ่นใหม่นั้นๆ

บ้างก็ใช้เป็นที่ทำงาน บ้างก็ใช้เป็นที่พบปะพูดคุยกับเพื่อน บ้างก็ใช้เป็นที่งีบหลับบ้างไรบ้าง โดยแต่ละร้านก็จะมีเงื่อนไขที่แตกต่างกัน

วันนี้เราจึงได้รวบรวม Co-Working Space ทั้ง 10 แห่งรอบกรุงเทพฯ ที่โดดเด่นและเด็ดดวงกันคนละแบบ มาให้เพื่อนๆ ได้เลือกร้านที่ใช่ เหมาะกับสไตล์การนั่งทำงานของแต่ละคนกันไปเลย

1. B2S Think Space

ไม่เพียงแต่การเป็นร้านหนังสือขนาดใหญ่ที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ห้องสมุด B2S Think Space ยังเป็น Co-Working Space แห่งเดียวที่พิสูจน์ได้ว่า ของฟรีมีจริงในโลก

ด้วยพื้นที่กว้างกว่า 2 ชั้นภายในเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ ได้รับการตกแต่งด้วยสีน้ำตาลและเขียวที่ให้ความรู้สึกสบายตา มีพื้นที่แบ่งออกเป็นโซนๆ ให้ผู้คนได้มาเสพหนังสือและงานศิลป์ มาพร้อมกับกองทัพหนังสือ เครื่องเขียน ดีวีดีภาพยนตร์ และอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ ที่มีให้เลือกสรรอย่างครบครัน ผนวกกับพื้นที่ Co-Working Space ให้ลูกค้าได้ใช้สอยกับแบบไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ เลย ทั้งค่าเข้า, อินเทอร์เน็ต และปลั๊กไฟที่ให้บริการทุกมุม เรียกว่าเป็นอาณาจักรสรวงสวรรค์ของบรรดาคนรักหนังสือทีเดียว สามารถทำงานไปและหาแรงบันดาลใจได้พร้อมๆ กัน

 

ตั้งอยู่ที่ : เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ โซน Foodville Zone

ราคาเริ่มต้น : ไม่เสียค่าใช้จ่าย

Facebook : https://www.facebook.com/thinkspaceb2s/

.

2. HUBBA Thailand           

ถ้าใหม่ ดาวิกา เป็นเซเล็บแห่งวงการดารา, HUBBA Thailand ก็คงเป็นเซเล็บแห่งวงการ Co-Working Space ก็ว่าได้

ด้วยชื่อเสียงเรียงนามกับการเป็น Co-Working Space ที่ประสบความสำเร็จอันดับต้นๆ ของประเทศไทย เป็นแหล่งผลักดันความคิดริเริ่มใหม่ๆ แก่สตาร์ทอัพหลายๆ คน ทำให้ HUBBA จะรายล้อมไปด้วยผู้คนที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์อยู่ทุกวัน แถมบางครั้งก็จะมี Workshop งานครีเอทีฟเจ๋งๆ จากผู้เชี่ยวชาญให้เราร่วมแจมด้วย

การตกแต่งภายในร้านไม่ได้แค่เพียงสวยงามและน่านั่ง แต่ยังให้ความอบอุ่นเหมือนกำลังทำงานอยู่ในบ้านหลังใหญ่ ซึ่งมีเพื่อนร่วมบ้านคนเก่งมากมายทั้งไทยและเทศ ไฮไลท์เด็ดอีกอย่างหนึ่งของที่นี่เลยก็คือ ห้องประชุมเรือนกระจก ที่เป็นห้องประชุมขนาดใหญ่ที่สามารถมองวิวรอบห้องได้แบบ 360 องศากันโลด

 

ตั้งอยู่ที่ : ซอยเอกมัย 4 ถนนสุขุมวิท 63

เวลาเปิด-ปิด : 09.00 น. – 22.00 น.

ราคาเริ่มต้น : 299 บาท / 1 วัน

Facebook : https://www.facebook.com/hubbathailand/

.

3. Ease Café & Co-Working Space

 

เห็นชื่อร้านก็ไม่ต้องกังวลว่า การจับ Co-Working Space มาอยู่ใน Café จะดูวุ่นวายหรือไม่เหมาะแก่การทำงานรึเปล่า เพราะ Ease Café & Co-Working Space เขาได้แบ่งพื้นที่ของคาเฟ่กับพื้นที่ทำงานแยกกันเป็นสัดเป็นส่วนเรียบร้อย โดยหลักๆ แบ่ง 2 โซนด้านในกับห้องแอร์เย็นๆ หรืออยากจะรับอากาศดีๆ ที่โซนสวนด้านนอกกก็ย่อมได้

ยิ่งหากคุณเป็นคนใช้ชีวิตเรียบง่ายสไตล์ Minimal ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายจากจำนวนมาก เราว่าร้านนี้เหมาะมาก ด้วยการตกแต่งเรียบง่ายโดยเลือกใช้โทนสี ขาว-ดำ เป็นหลัก ให้บรรยากาศชิลๆ เหมือนชื่อร้าน ‘Ease’ ที่แปลว่า ‘ง่ายๆ’ นั่นเอง รับรองว่ามาแล้วต้องได้งานกลับไปแน่ๆ เพราะคงไม่มีอะไรทำให้สมองแล่นได้เท่ากับการนั่งจิบกาแฟชิลๆ ไป ทำงานไป หรืออ่านหนังสือไปอีกแล้ว

 

ตั้งอยู่ที่ : ซอยพลโยธิน 7 (อารีย์) ซอยเจือจิตร

เวลาเปิด-ปิด : 10.00 น. – 22.00 น.

ราคาเริ่มต้น : 120 บาท / 2 ชั่วโมง

Facebook : https://www.facebook.com/Easebkk/

.

4. โรงแรม เดอะ คอนทิเน้นท์

อันดับหนึ่งแห่งเรื่องวิวทิวทัศน์ ที่ไม่ต้องเข้าไปทำงาน เอาแค่นั่งชมวิวก็คุ้มราคาแล้ว (แต่เราแนะนำให้ทำงานด้วยนะ)

โรงแรม เดอะ คอนทิเน้นท์ มาเหนือด้วยการยก Co-Working Space มาไว้ที่ชั้น 38 และ 39 ของโรงแรม ซึ่งรับรองว่าคงไม่มีใครเอาไว้สูงได้เท่าพี่เขาอีกแล้ว และด้วยข้อดีตรงนี้ ทำให้ที่นี่กลายเป็นพื้นที่ทำงานที่สามารถมองวิวบริเวณย่านสุขุมวิทได้ไกลสุดลูกหูลูกตากันเลยทีเดียว เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบนั่งทำงานไปมองวิวไปเพลินๆ

ก็แหม วิวเล่นสวยซะขนาดนี้ ให้นั่งมองทั้งวันยังได้

 

 

ตั้งอยู่ที่ : โรงแรม เดอะ คอนทิเน้นท์ ชั้น 38-39 ถนนสุขุมวิท (ใกล้ BTS อโศก)

เวลาเปิด-ปิด : 10.00 น. – 16.00 น. (ชั้น 38)

                    08.00 น. – 17.00 น. (ชั้น 39)

ราคาเริ่มต้น : 150 บาท / 1 ชั่วโมง

เว็บไซต์ : https://www.thecontinenthotel.com/co-working-space/

.

5. NapLab

สำหรับใครที่ชอบงีบหลับระหว่างทำงาน การหลบกลางที่พื้นที่สาธารณะคงเป็นเรื่องน่าอายเสียหน่อย แต่มันจะดีกว่าไหม ถ้า Co-Working Space แห่งนั้น ออกแบบให้รอบรับพฤติกรรมการนอนของเราด้วย

และนั่นก็คือไอเดียของ NapLab พื้นที่ทำงานไปงีบไปของชาวย่านสยาม ที่ไม่ได้ดีไซน์ร้านให้เป็นแค่เพียง Co-Working Space อย่างเดียว แต่ยังผสมผสานกับ Nap Cafe จนกลายเป็น Co-Napping Space ได้อย่างลงตัว เพราะไม่ว่าคุณจะหาที่ทำงาน หาที่งีบหลับ หรือแม้กระทั่งนัดเจอกับเพื่อน NapLab ก็พร้อมให้บริการคุณตลอดเวลา ความเจ๋งก็คือมีที่อาบน้ำและโซนเกมให้เล่นอีกด้วยนะ เรียกได้ว่ามาทีเดียวได้ใช้สอยสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบวงจรกันไปเลย

 

ตั้งอยู่ที่ : ซอยจุฬาลงกรณ์ 6 ถนนบรรทัดทอง

เวลาเปิด-ปิด : เปิดตลอด 24 ชม.

ราคาเริ่มต้น : - นักเรียนและนักศึกษา 100 บาท / 4 ชั่วโมง

                         - ลูกค้าทั่วไป 150 / 4 ชั่วโมง      

Facebook : https://www.facebook.com/NapLab-808498162583752/

.

6. Paperwork

มาต่อด้วยคอมมูนิตี้สุดชิคของชาวสถาปนิกและนักออกแบบอย่าง Paperwork ห้องทำงานย่านสาทรที่มีดีไซน์สุดเก๋ ตกแต่งสไตล์โมเดิร์นแจแปนนิส ดูเรียบง่ายแต่แฝงไว้ซึ่งความหรู ให้ใครก็สามารถนั่งทำงาน พบปะพูดคุยงานธุรกิจหรืองานดีไซน์ภายใต้บรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง

Co-Working Space จึงเหมาะกับคนทำงานสร้างสรรค์ ที่ชอบพื้นที่โล่งโปร่งสบาย หรือพื้นที่ส่วนรวมที่ไม่แออัดมากนัก รับรองเลยว่าได้มาต้องหลงรักร้านนี้แน่ๆ

 

ตั้งอยู่ที่ : ตึก KS Building ชั้น 2 ซอยสาทร 9

เวลาเปิด-ปิด : 9.00 น. - 18.00 น. (จันทร์-ศุกร์)

ราคาเริ่มต้น : 450 บาท / 1 วัน           

เว็บไซต์ : http://www.paperworkbkk.com

.

7. Growth cafe & co.

เรียกว่าเป็นแหล่งพักพิงสีเขียวของชาวสยามก็ว่าได้ เพราะตั้งอยู่บริเวณชั้น 2 ของโรงหนังลิโด้ทำให้มีผู้ใช้บริการหนาแน่นแทบตลอดเวลา บวกกับการตกแต่งของทางร้านที่เลือกใช้สีเขียวจากต้นไม้และใบไม้เป็นหลัก เพิ่มบรรยากาศธรรมชาติด้วยต้นไม้ที่อยู่รอบๆ ทั้งเฟิร์น พลูด่าง และไม้เลื้อยทั่วร้าน เข้ากันได้ดีกับสไตล์โมเดิร์นแบบเรียบง่าย ชวนให้รู้สึกสดชื่นตั้งแต่เดินเข้ามาในร้านเลยทีเดียว

ทางร้านแบ่งชั้นเป็น 2 โซนคือ ชั้นล่างที่เป็น Café นั่งฟรี และชั้นบน Co-Working Space ที่มีค่าบริการรายชั่วโมงซึ่งสามารถสั่งอาหารและเครื่องดื่มขึ้นไปทานได้ หรือจะหยิบน้ำดื่มให้ชื่นใจระหว่างนั่งทำงานก็มีให้บริการฟรี ที่สำคัญคือทุกวันศุกร์-เสาร์ เปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง ใครอยากนั่งอ่านหนังสือชิลๆ หรือปั่นงานรัวๆ ข้ามวัน ก็มีแต่ทีนี่เท่านั้นที่ตอบโจทย์คุณได้

 

 

ตั้งอยู่ที่ : สยามแสควร์ซอย 2

เวลาเปิด-ปิด : 07.00 น. – 01.00 น. (อาทิตย์-พฤหัสบดี)

                        เปิด 24 ชั่วโมง (เฉพาะศุกร์-เสาร์)

ราคาเริ่มต้น : 150 บาท / 3 ชั่วโมง (นักเรียนและนักศึกษา)

                       190 บาท / 3 ชั่วโมง (ลูกค้าทั่วไป)               

Facebook : https://www.facebook.com/GrowthCafeAndCo/

.

8. Muchroom Co-working Space

เคยได้ยินมาว่า เห็ดเป็นหนึ่งในสูตรยาจีนที่กินแล้วเสริมพลัง มันก็คงไม่ต่างจาก Co-Working Space โลโก้เห็ดแห่งสะพานควายที่เป็นทั้งสถานที่ทำงาน และเป็นสถานที่สร้างแรงบันดาลใจได้เป็นอย่างดี

แม้ภายนอกจะดูเหมือนบ้าน แต่ก็เป็นบ้านทำงานที่ประกอบไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ทั้งอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ปลั๊กไปทุกที่นั่ง สามารถสั่งอาหารเครื่องดื่มมานั่งทำงานไปกินไปก็ได้ ที่สำคัญกลางบ้านมีตู้หนังสือให้อ่านหาไอเดียได้อีกด้วย

ไม่เพียงเท่านั้น ความเป็นพื้นที่นั่งทำงานท่ามกลางต้นไม้และสวนหลังบ้าน สำหรับผู้ที่มักจะปวดตาจากการจ้องหน้าจอคอมเป็นเวลานานๆ เพียงแค่คุณลองหันหน้าออกไปนอกหน้าต่างก็จะเจอกับสีเขียวแสนสบายตาจากต้นไม้ด้านนอกร้าน ช่วยให้สายตาของคุณได้พักและเหมือนได้ชาร์จพลังไปในตัว ถ้าให้ดีก็เดินออกไปสูดอากาศข้างนอกเลยก็ได้นะ เพราะเขาเปิดพื้นที่ให้นั่งเล่นได้ทั้งข้างนอกและข้างในบ้านเลยล่ะ สะดวกนั่งทำงานที่ไหนก็เลือกได้ตามสบายเลย   

 

ตั้งอยู่ที่ : 61 ซอยประดิพัทธ์ 23 ถนนประดิพัทธ์ เขตสามเสนใน แขวงพญาไท

เวลาเปิด-ปิด : 09.00 น. - 20.00 น.

ราคาเริ่มต้น : 240 บาท / 1 วัน

Facebook : https://www.facebook.com/muchroomthailand/

.

9. Launchpad

เดินจากสถานีรถไฟฟ้าสุรศักดิ์ไม่เกิน 10 นาที ก็จะเจอถนนปั้นหรือที่เราเรียกว่าซอยวัดแขก ซึ่งไม่ได้มีเพียงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดพระศรีมหาอุมาเทวี แต่ยังมีร้านค้าอินดี้มากมายภายในตั้งแต่หัวถึงท้ายซอยเลยทีเดียว

หนึ่งในนั้นคือ Co-Working Space ใต้อาคารเศรษฐีวรรณที่ชื่อ Launchpad กับการตกแต่งสไตล์ห้องนั่งเล่น ที่เชิญชวนให้อยากพักมากกว่าทำงาน (อ้าว ซะงั้น) การตกแต่งด้วยเพดานสูงทำให้บรรยายภายในดูสบายๆ ไม่อึดอัด ประกอบกับโซฟายาวสีส้มสดใสตัดกันได้ดีกับพื้นหญ้าปลอมสีเขียว ซึ่งดึงดูดให้อยากกระโดดลงไปนอนเสียเหลือเกิน เป็นอีกร้านที่สวยสะดุดตาสีสันสะดุดใจ ตามแนวคิดของผู้ก่อตั้งร้านที่ว่า สถานที่ทำงานที่สวย จะสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานได้ดี

 

ตั้งอยู่ที่ : อาคารเศรษฐีวรรณทาวเวอร์ ชั้น 1 ซอยวัดแขก สีลม

เวลาเปิด-ปิด : 09.00 น. - 20.00 น. (จันทร์-ศุกร์)

                        09.00 น. - 18.00 น. (เสาร์)

ราคาเริ่มต้น : 260 บาท / 1 วัน

Facebook : https://www.facebook.com/launchpadhq

.

10. The Rabbit Hub

ปิดท้ายด้วย Co-Working Space ขนาดกะทัดรัดที่มาพร้อมกับราคาสบายกระเป๋า ที่ถึงแม้ดูจากภายนอกร้านอาจจะไม่ยิ่งใหญ่อลังการนัก แต่ภายในกับเพียบพร้อมไปด้วยการบริการหลากหลายรูปแบบที่ตอบโจทย์ผู้ใช้ที่ต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งพื้นที่ทำงานออกมาได้อย่างเป็นสัดเป็นส่วน ห้องทำงานหลายรูปแบบให้เลือกนั่งได้ตามใจชอบ เช่น Quiet Zone สำหรับคนชอบอยู่เงียบๆ คนเดียว กระทั่ง Event Hall ที่รองรับการสอนหนังสือ หรือสัมมนา workshop ได้ถึง 80 คน ซึ่งราคาก็จะแตกต่างกันไปตามอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและความใหญ่ของแต่ละห้อง

เรียกว่ายิ่งมากันหลายคนยิ่งคุ้ม ว่าแล้วก็หันไปกอดคอชวนเพื่อนมานั่งทำงานไปเมาท์มอยไปกันดีกว่า ทางที่ดีเราแนะนำให้โทรศัพท์ไปจองก่อนนะจ๊ะ เพื่อความชัวร์ ไปแล้วจะได้ไม่นกหน้าห้องประชุม

 

ตั้งอยู่ที่ : ซอยโครงการปทุมวันรีสอร์ท (ใกล้ BTS พญาไท)

เวลาเปิด-ปิด : 10.00 น. – 22.00 น. (วันธรรมดา)

                         07.00 น. – 22.00 น. (เสาร์อาทิตย์)

ราคาเริ่มต้น : 50 บาท / 1 ชั่วโมง (Quiet Zone ไซส์ S)

Facebook : https://www.facebook.com/therabbithubbkk/