• ช้อปครบ 599 ส่งฟรีภายใน 3 วันทำการ
  • ชำระเงินปลอดภัย

คุณยังไม่มีสินค้าในตะกร้า

Blog - เล่นยังไงให้ได้ Learn กับแนวคิดการเล่นในแต่ละช่วงวัย

เล่นยังไงให้ได้ Learn กับแนวคิดการเล่นในแต่ละช่วงวัย
โดย admin b2s 10/2/2018 00:53

“การเล่นคือหนทางการเรียนรู้ที่สมองของเราชื่นชอบ” ไดแอน แอคเคอร์แมน นักเขียน/กวีหญิงชาวสหรัฐฯ กล่าวไว้ถึงความสำคัญของการเล่น หนึ่งในแนวทางการเรียนรู้ที่สมองของเราเปิดรับประสบการณ์อย่างเต็มที่ การเล่นจึงเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่ไม่ได้ให้แค่ความสนุกเพียงอย่างเดียว

ยิ่งทุกวันนี้มีผลวิจัยทางวิทยาศาสตร์หลายต่อหลายชิ้นการันตีว่า การเล่นนำไปสู่กระบวนการคิดและเหตุผล, เป็นการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างสังคม และนำไปสู่ภาวะความสมดุลทางอารมณ์ ฉะนั้นไม่ว่าเราอายุเท่าไหร่ เราก็สามารถ ‘เล่น’ เพื่อการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพตัวเองได้ตลอดเวลานั่นเอง

ลองดูแนวคิดการเล่นในแต่ละช่วงวัย แล้วมาเปลี่ยนเรื่องเล่นให้เป็นเรื่อง Learn เพื่อการเล่นครั้งต่อไปเราจะได้ประโยชน์มากกว่าแค่ความสนุกเพียงอย่างเดียว

 

 

วัยทารก: เล่นเพื่อพัฒนาการ ประสาทสัมผัส และความอบอุ่น

ปฏิเสธไม่ได้ว่าทารกคือจุดเริ่มต้นของการเจริญพันธุ์ ที่พัฒนาการต่างๆ เปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ทั้งร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา วัยทารกจึงเป็นวัยที่สามารถปรับตัวเข้ากับบุคคลและสภาพแวดล้อมรอบๆ ได้อย่างรวดเร็ว

เว็บไซต์ The Asian Parent แนะนำของเล่นสำหรับเด็กทารกไว้ว่า ควรเป็นของเล่นที่เสริมสร้างพัฒนาการและประสาทสัมผัสเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นของเล่นที่มีสีสันสดใสเพื่อดึงดูดสายตาเพื่อกระตุ้นการมอง เช่น โมบายสีสัน, ของเล่นที่มีการสัมผัสแล้วเกิดเสียงเพื่อกระตุ้นการฟัง, ของเล่นที่สามารถบีบ เขย่า หรือใช้มือสอดกำได้เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และของเล่นสร้างสรรค์ส่งเสริมสติปัญญา เช่น กระดาษ สีเทียน หรือหนังสือภาพทั้งภาษาไทยและต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม เด็กทารกยังไม่สามารถยังไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ จึงต้องมีการดูแลเอาใจใส่ของผู้ปกครองอย่างใกล้ชิด ของเล่นที่เลือกควรสามารถเล่นร่วมกันได้ เมื่อเด็กรับรู้ได้ถึงความรักความอบอุ่นที่เพียงพอ ก็จะเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาการที่ดีในช่วงวัยต่อไป

 

 

วัยเด็ก: เล่นเพื่ออารมณ์ จิตนาการ และการหาความรู้ษาหห

วัยเด็กคือช่วงอายุ 6-12 ปี โดยในเชิงจิตวิทยาพัฒนาการจะนับตั้งแต่วัยหัดเดิน วัยเล่น วัยเรียน จนเริ่มเข้าวัยรุ่น ซึ่งปัจจัยหนึ่งสำหรับการเลือกที่จะเล่นของเด็กวัยนี้ เริ่มมีองค์ประกอบใหม่เข้ามานั่นคืออารมณ์ความสนุก เพราะมันสามารถดึงดูดให้เด็กเล่นหรือทำกิจกรรมนั้นๆ ได้เป็นชั่วโมงทีเดียว

ทว่าความสนุกอย่างเดียวมันคงไม่พอ ที่เพิ่มเติมก็คือปัญหาหรือสถานการณ์ที่ยากลำบากจำพวก Puzzle ฉะนั้นของเล่นตัวต่อปริศนาจึงเข้ามาตอบโจทย์เด็กวัยนี้ได้ดี

ทั้งนี้ ซาร่าห์ โอเว่น ผู้ก่อตั้งโรงเรียนทางเลือก Pyjama Drama ที่เน้นกิจกรรมสำหรับเด็กเล็ก กล่าวถึงความสำคัญของการเล่นไว้ว่า “มันเป็นเรื่องสำคัญที่เด็กจะต้องเล่นกับเพื่อนๆ และได้รับโอกาสการเล่นที่ไม่มีรูปแบบตายตัว ซึ่งหากเด็กได้รับความรักจากผู้ใหญ่ไปพร้อมๆ กัน ก็จะได้รับผลประโยชน์อย่างมาก ซึ่งเป็นผลประโยชน์ที่ประเมินค่าไม่ได้”

นอกจากนี้ ของเล่นประเภทส่งเสริมบทบาทสมมุติ ก็เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ได้รับการแนะนำ เพราะของเล่นดังกล่าวช่วยส่งเสริมจินตนาการ ฝึกทักษะ และเรียนรู้บทบาทในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นของเล่นชุดจำลองอุปกรณ์ช่างไม้ ชุดเครื่องครัว ชุดขายของ หรือชุดเครื่องเขียนศิลปะ

 

 

วัยรุ่น: เล่นเพื่อการค้นพบตัวเอง, เข้าหาสังคม และการผจญภัย

เราคงเคยได้ยินประโยคที่บอกว่า “วัยรุ่นเป็นวัยหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต”

ก็แน่ละ เพราะในตำราจิตวิทยาพัฒนาการวัยรุ่น (Adolescence) ระบุไว้ว่า วัยรุ่นเป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ซึ่งส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและความรู้สึกนึกคิด จัดว่าเป็นวัยวิกฤต (Critical Period) หรือวัยพายุบุแคม (Strom and Stress) ที่กระบวนการรับรู้ อารมณ์ ร่างกาย และทัศนคติเปลี่ยนแปลงมากที่สุด กระทั่งสามารถกำหนดเป็นบุคลิกภาพส่วนตัวต่อไปได้ในอนาคต

ทั้งนี้นักจิตวิทยาพัฒนาการยังแนะนำว่า ก่อนอื่นต้องยอมรับว่าเด็กวัยรุ่นจะเริ่มตีตัวออกห่างผู้ปกครองโดยธรรมชาติ การเล่นของพวกเขาจึงมักเป็นการเล่นรวมกลุ่มกับเพื่อนฝูง ซึ่งจะช่วยพัฒนาการความสัมพันธ์เชิงสังคม เช่น ความเห็นอกเห็นใจ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และความเป็นผู้นำ ฉะนั้นกิจกรรมการที่เหมาะสมคือการเล่นจำพวกกีฬา ดนตรี การแสดง หรือกิจกรรมการแจ้งนั่นเอง

 

วัยผู้ใหญ่: เล่นเพื่อไตร่ตรอง พิจารณา และอ่อนโยนต่อคความสัมพันธ์

“เราไม่ได้เลิกเล่นเพราะเราแก่ แต่เราแก่เพราะเราเลิกเล่นต่างหาก” จอร์จ เบอร์นาร์ด ชอว์ นักเขียนรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมเคยกล่าวถึงความสำคัญของการเล่น ที่จะช่วยให้ผู้ใหญ่รู้สึกกระชุ่มกระชวยดั่งคนหนุ่มอยู่เสมอ

ทั้งนี้การเล่นสำหรับผู้ใหญ่มีประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นช่วยลดความเครียดจากสารเอ็นดอร์ฟินที่หลั่งออกมาทำให้สมองเกิดความรู้สึกดี, การรักษาทักษะเชิงสร้างสรรค์ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ หรือช่วยรักษาความสัมพันธ์ของกลุ่มคนที่ทำกิจกรรมร่วมกัน ทั้งคู่รัก มิตรสหาย เพื่อนร่วมงาน สัตว์เลี้ยง กระทั่งลูกตัวเอง

รูปแบบการเล่นที่ได้รับความนิยมจึงเป็นกิจกรรมที่ทำร่วมกันได้หลายคนอย่าง บอร์ดเกม โดยผลสำรวจจาก Quantic Foundry องค์กรวิเคราะห์ข้อมูล สำรวจนักเล่นบอร์ดเกมอายุ 13 – 78 ปีกว่า 40,959 คน พบว่า  กว่า 91% นิยมเล่นบอร์ดเกมกับเพื่อน 48% เล่นกับคนในครอบครัว และ 21% เล่นกับคนแปลกหน้า ทั้งนี้ก็เพราะการเล่นบอร์ดเกมเป็นเครื่องมือสำคัญในการรักษาความสัมพันธ์ให้สดใหม่และน่าตื่นเต้น ซึ่งนอกเหนือจากความสนุกแล้ว ยังได้เรียนรู้ความสัมพันธ์ ความเชื่อใจต่อคู่เล่นอีกด้วย ยกตัวอย่าง การ์ดเกม Stay or Leave? ของ The School of Life ที่สามารถเล่นกับตัวเอง เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของคุณในอนาคต ว่าควรอยู่หรือไป? อดทนหรือลาจาก? กับความสัมพันธ์ใดๆ ที่คุณใช้เล่นกับการ์ดเกมนี้

 

 

วัยสูงอายุ: เล่นเพื่อรักษา พัฒนา และการปล่อยวาง

ว่ากันว่าการเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ ก็เหมือนการย้อนเวลากลับสู่ความเป็นเด็ก หลายๆ ความดูแลพิเศษที่เด็กต้องการ ผู้สูงก็ต้องการเช่นกัน เฉกเช่นกิจกรรมการเล่นของผู้สูงอายุที่เหมือนย้อนกลับไปบริหารพัฒนาด้านต่างๆ ทว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปคือฟังก์ชั่นไม่ใช่เพื่อเสริมสร้างทักษะแล้ว แต่คือการกระตุ้นรักษาเพื่อไม่ให้สูญเสียทักษะนั้นๆ ต่างหาก โดยเฉพาะสภาวะสมองเสื่อมที่เป็นตัวการสำคัญของคนวัยนี้

ของเล่นสำหรับผู้อายุจึงมีคล้ายคลึงกับของเล่นเด็กที่เกี่ยวข้องกับการบริหารสมองในรูปแบบต่างๆ อาทิ ตัวต่อปริศนา ของเล่นการปรับรูปทรงตามจินตนาการ หมากรุก และเกมหมากกระดานต่างๆ เพื่อลดการสูญเสียความทรงจำ ทักษะความคิด และการสังเกต ซึ่งสามารถเล่นร่วมกับครอบครัวเพื่อกระตุ้นบทสนทนาระหว่างกัน เสริมสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนในครอบครัว แถมยังบรรเทาอาการเหงาให้พวกเขาอีกด้วย

นอกเหนือจากของเล่นทั่วไปแล้ว ยังมีงานวิจัยจากหอสมุดแพทย์แห่งชาติอเมริกัน (National Library of Medicine) ที่บอกว่า การเรียนดนตรีส่งผลต่อการทำงานของการรับรู้ อารมณ์ และคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ สามารถช่วยชะลอความแก่ ช่วยให้ผู้สูงอายุสร้างสมาธิได้นาน ลดความเครียด และยังลดภาวะซึมเศร้าอีกด้วย โดยในการศึกษาเขาโฟกัสไปที่เปียโนเป็นหลัก และแนะนำให้สูงอายุหันมาเรียนรู้เครื่องดนตรีอื่นๆ ด้วยเช่นกัน

 

ทั้งหมดนี้คือแนวทางการเล่นเพื่อการเรียนรู้ในแต่ละช่วงวัย ที่ไม่ได้จำกัดแค่ความสนุกเพียงอย่างเดียว ถึงกระนั้นใช่ว่าการเล่นจะถูกจำกัดเฉพาะประเภทในบทความ เพราะโลกแห่งเรียนรู้เต็มไปด้วยประสบการณ์อันหลากหลายที่ไม่ได้มีอยู่แค่งานวิจัย

ลองหาหนทางการเล่นที่เหมาะกับตัวเอง แล้ว Play and Learn ให้เต็มศักยภาพกันเถอะ

 

 

ข้อมูลจาก

http://www.planetofsuccess.com/blog/2016/the-four-stages-of-life/

https://www.familylives.org.uk/advice/toddler-preschool/learning-play/how-children-learn-through-play/

https://goo.gl/1umJTp

https://www.naeyc.org/resources/topics/play/toys

http://www.maketime2play.co.uk/fun-forever/adolescents/

https://psychcentral.com/blog/the-importance-of-play-for-adults/

https://www.parents.com/toddlers-preschoolers/development/intellectual/why-art-and-creativity-are-important/

https://www.helpguide.org/articles/mental-health/benefits-of-play-for-adults.htm

https://www.theschooloflife.com/shop/stay-or-leave-card-game/

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC3814522/