• ช้อปครบ 599 ส่งฟรีภายใน 3 วันทำการ
  • ชำระเงินปลอดภัย

คุณยังไม่มีสินค้าในตะกร้า

Blog - รักคืออะไร? 7 นิยามคมกริบพร้อมล้มลงไปนอนตายในความหมายแห่งรัก

รักคืออะไร? 7 นิยามคมกริบพร้อมล้มลงไปนอนตายในความหมายแห่งรัก
โดย admin b2s 20/2/2018 18:35

ในชีวิตนี้คุณเคยเจอเหตุการณ์ที่ทำให้แน่ใจว่า  อยากใช้คำว่า 'รัก' บ้างหรือยัง?

                ช้าก่อน! อย่างเพิ่งตอบ กรุณาเก็บไว้ในใจ

                เพราะไม่ว่าจะเคยหรือไม่ คำถามคือ เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่านั่นคือ รัก—คำที่แสนจะนามธรรมนี้มีความหมายอย่างไร? ในเมื่อพี่ฮิวโก้ จุลจักร ยังเคยถามไว้ในเพลง 'รักเป็นเช่นใด' ว่า "อยากจะถาม รักเป็นเช่นใดกันเล่า รัก เป็นเช่นใดหนอ~” แม้กระทั่งวงเกิร์ลกรุ๊ปรุ่นน้า (น้า—เนอะ?) อย่าง        ก็ยังเคยบอกว่า "รักไม่ใช่ดวงดาวเมื่อพราวแสง~” ไว้ในเพลง 'รักคือฝันไป' และยังร้องให้ชวนสับสนในท่อนถัดๆ ไปว่า "รักคือดวงจันทร์ ([คอรัส มา!] รักคือดวงจันทร์) ~ รักคือตะวัน (รักคือตะวัน) ~ รักคือไฟอันร้อนแรงไร้จุดหมาย ~” เอ่า น้า น้า น้า สรุปรักคืออะไรกันแน่อะ?

                แต่ถ้ามองอย่างโรแมนติก เราจะพบว่า นิยามอันหลากหลายของความรักเหล่านี้นี่เอง ที่ทำให้เรื่องของความรักมีสเน่ห์ตลอดกาล นั่นเพราะทุกคนล้วนมีสิทธิสร้างนิยามของความรักขึ้นมาด้วยตัวเอง มันไม่ใช่คณิตศาสตร์ประเภท 2+2 = 4 และถ้าใครจะตอบว่า 5 ก็คงไม่ผิด

                โดยเฉพาะนักเขียน เมื่อการนิยามอะไรสักอย่างเป็นเรื่องของภาษา ผู้อยู่กินหลับนอนกับภาษาอย่างพวกเขาก็มักมีนิยามของความรักที่หลากหลายกว่าปกติ ก็เหมือนที่เรามักงงๆ เวลาได้ยินจิตรกรสักคน พูดถึงเฉดของสีน้ำเงินทั้ง โคบอลต์บลู อัลตร้ามารีนบลู ซีรูลีนบลู และอีกหลายบลู ทั้งที่สำหรับเรามันก็แค่ บลูเฉยๆ นั่นแหละ

                ดังนั้น ก่อนยืนยันว่า นิยามรักของเราคือของจริง ลองมาอ่านมุมมองความรักของนักเขียนเหล่านี้ดู เผื่อบางที ความหมายแห่งรักของเราจะได้ถูกขันน็อตให้แข็งแรงยิ่งขึ้น

1. “คุณมอบความรักได้มากกว่าที่คุณรู้ ยังไม่มีใครเคยหยั่งวัด ไม่แม้กระทั่งเหล่ากวี ว่ามากเท่าไหร่ที่หัวใจสามารถบรรจุความรักได้" — Zelda Fitzgerald จากนิยาย Save Me The Waltz (1932)

 

                นี่คือข้อความที่ปรากฏอยู่ในนิยายชื่อ Save Me The Waltz ของนักเขียนสาวอเมริกันนาม Zelda Fitzgerald ซึ่งสำหรับใครที่ชอบอ่านงานวรรณกรรมอยู่บ้าง ก็อาจคุ้นหูกับนามสกุลของเธอ นั่นเพราะเธอคือภรรยาของ F. Scott Fitzgerald นักเขียนดังยุค 20s

                ความรักของทั้งคู่เกิดขึ้นอย่างโรแมนติก พวกเขาพบกันครั้งแรกในแด๊นซ์คลับแห่งหนึ่งของเมืองมอนต์กอเมอรี (ต่อมา F. Scott Fitzgerald นำมาเป็นฉากหนึ่งในนิยาย The Great Gatsby) และถูกดึงดูดเข้าหากันทันที แม้หลังจากแต่งงาน ความรักของพวกเขาจะค่อนข้างอลม่าน จากทั้งยาเสพติด การนอกใจ และความอิจฉาZelda ถึงขนาดกล่าวหา ว่าสามีของเธอมีสัมพันธ์สวาทแบบรักเพศเดียวกันกับ Ernest Hemingway นักเขียนดังอีกคน ส่วน Hemingway ก็โทษว่า Zelda คือเหตุผลที่ทำให้ F. Scott Fitzgerald มีงานลดลง แต่ภายใต้ความรักลุ่มๆ ดอนๆ จนอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ Zelda กลายเป็นบ้า และตายในเหตุการณ์ไฟไหม้โรงพยาบาล ที่เธอกำลังรักษาตัว 7 ปีหลังสามีตายจากโรคพิษสุราเรื้อรังนั้น ข้อเท็จจริงคือ ทั้งคู่ไม่เคยหย่าขาดกัน 

                คงเหมือนในข้อความที่เรายกมา แม้  Zelda จะไม่ได้บอกตรงๆ ว่า ความรักคืออะไรแน่ แต่ประโยคที่ว่า 'ยังไม่มีใครเคยหยั่งวัด' ก็ราวกับกำลังบอกว่า ความรักนั้นช่างความยิ่งใหญ่มหาศาลกว่าที่เรารู้มากมายเหลือเกิน 

.

2. "คงเป็นไปไม่ได้ที่จะปฏิเสธบางความปรารถนา หนทางเดียวสำหรับการกำจัดสิ่งยั่วยวนคือยอมจำนนต่อมัน" — Oscar Wilde จากนิยาย The Picture of Dorian Gray (1891)

               

                ข้างต้นคือข้อความจากนักเขียนที่ชีวิตพังพินาศเพราะความรักอีกคน ไม่ใช่เพราะเขารักอย่างลุ่มหลง ไม่ใช่เพราะดวงตามืดบอดเพราะความรัก แต่เพราะความรักทำให้เขากล้าหาญที่จะขัดขืดจารีต กระทั่งทำให้สถานะทางสังคมของตนถูกปล้นจนยากจะทวงคืนกลับมาได้

                นี่คือข้อความที่คัดมาจากนิยายที่โด่งดังที่สุดของ Oscar Wilde นักเขียนชาวไอริช นาม The Picture of Dorian Gray

                แม้จะได้รับการยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะในยุคนั้น แต่ความรักที่ผิดจารีตต่อเด็กหนุ่มคนหนึ่งก็ได้ทำให้ชีวิตของเขาล่มสลาย เหมือนที่เขาเคยเขียนไว้ว่า "คนที่กำลังถูกรักน่าสังเวช" ปี 1895 เขาถูกพ่อของเด็กหนุ่มคนรักฟ้องร้อง ในข้อหามีพฤติกรรมอันเป็นอนาจาร (gross indecency) และ ร่วมเพศทางทวารหนัก ซึ่งผิดกฎหมายในสมัยนั้นอย่างร้ายแรง แม้คำให้การในชั้นศาลอันทรงพลัง อย่าง "นี่คือสิ่งที่โลกไม่อาจเข้าใจ ทว่ากลับเย้ยหยันมัน และบางครั้งจับมันใส่ขื่อเพื่อประจาน” จะได้รับเสียงปรบมือล้นหลามในชั้นศาล แต่สุดท้าย เขาก็ถูกคุมขังนานถึงสองปี และตายอย่างอนาถาจากความจนสามปีหลังจากถูกปล่อยตัว แม้จะไม่มีใครแน่ใจว่า หัวใจของเขาได้แหลกสลายไปก่อนหน้านั้น ตามคำของเขาที่ว่า "หัวใจถูกสร้างให้แหลกสลาย" แล้วหรือยัง 

.

3. “รักเป็นสิ่งที่มีความหมายมากกว่าอะไรแทบทั้งหมด มันไม่สำคัญหรอกว่าคุณคือใคร หรือรูปร่างหน้าตาแบบไหน ตราบใดที่ใครสักคนรักคุณ" — Roald Dahl จากนิยาย The Witches (1983)

 

                หวานหยดปนเลี่ยนกันเลยทีเดียวกับนิยามความรักของเจ้าพ่อวรรณกรรมเยาวชนอย่าง Roald Dahl ที่เขียนไว้ในนิยาย The Witches

                สำหรับนักอ่านหลายคน ผลงานของ Roald Dahl คงเคยเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตวัยเด็กมาบ้างไม่มากก็น้อย และไม่แน่ แนวคิดของความรักเอง ก็อาจเติบโตมาจากการอ่านวรรณกรรมของชายหัวเถิกคนนี้ด้วยเช่นกัน

                กระนั้น ก็อย่างที่ใครหลายคนว่าไว้ ชีวิตจริงหาใช่นิยายที่ลงท้ายด้วยความสุขเสมอไป เพราะนอกตัวบทวรรณกรรม ดูเหมือนชีวิตรักของ Roald Dahl นั้นจะไม่ได้เลิศหรูสักเท่าไหร่ กล่าวคือ เขาแต่งงานจริงจังกับ Patricia Neal นักแสดงสาวเจ้าของรางวัลออสการ์ ผู้เคยมีข่าวรักๆ ใคร่ๆ กับประธานาธิบดีคนที่ 40 ของสหรัฐฯ อย่าง Ronald Reagan และมีลูกด้วยกันถึง 5 คน  กระนั้นสิ่งที่ทำให้ชีวิตรักของทั้งคู่ไม่สุขสมก็คือ ชื่อเสียงอันฉาวโฉ่เรื่องผู้หญิงของ Dahl เอง

                หลัง 30 ปี แห่งรักและร้าวราน Dahl และ Neal หย่าขาดกันในปี 1983 (ปีเดียวกับที่ The Witches ตีพิมพ์)  ซึ่ง Neal ได้ตั้งข้อสังเกตอย่างขมขื่นในภายหลัง ราวเย้ยหยันนิยามแห่งรักของ Dahl แทรกเข้าไปในช่องโหว่ของคำว่า 'แทบ' (almost) ในท่อนที่ว่า "รักเป็นสิ่งที่มีความหมายมากกว่าอะไรแทบทั้งหมด" ว่า "ในช่วงวัยกลางคน ผู้ชายต่างอยากเห็นว่าพวกเขายังคงเอาชนะใจผู้หญิงอายุน้อยได้หรือไม่ ฉันไม่รู้ว่า พวกเขาเปลี่ยนหัวใจตัวเองให้กลายเป็นหิน หรือไม่มากไม่น้อยกว่านั้น ยังก่ออาชญากรรมกับชีวิตสมรสได้อย่างไร แต่พวกเขาก็ทำ"

.

4. “รักคือสายลม คุณไม่อาจมองเห็น แต่สัมผัสมันได้" Nicholas Sparks จากนิยาย A Walk to Remember (1999)

               

                Nicholas Sparks คือชื่อของนักเขียนที่นักอ่านมักคิดถึงเป็นคนแรกเมื่อพูดถึง 'นิยายรัก'

                นักเขียนหนังสือขายดีวัย 52 ปีผู้นี้ ตีพิมพ์นิยายมาแล้วมากกว่า 19 เรื่อง และทุกเรื่องล้วนเกี่ยวโยงกับความรักในรูปแบบต่างๆ  ส่วนประโยคที่เราคัดมาก็มาจากหนึ่งในนิยายของเขาที่ชื่อ A Walk to Remember

                สิ่งหนึ่งที่ทำให้เขามีแฟนคลับมากมายทั่วโลกนั่นคือ การพูดถึงความรักอย่างไม่เคยละเลยอารมณ์อื่นๆ ที่เกิดขึ้นรายล้อมความรักนั้นๆ ซึ่งสามารถสะท้อนความเป็นมนุษย์ออกมาได้แจ่มชัด โดยเขาบอกว่า "เรื่องรักไม่ได้เป็นเพียงเรื่องรัก แต่มันรวมถึงความโกรธ ความท้อแท้ ผิดหวัง ทรยศหักหลัง การเยียวยา ความสุข และถึงที่สุด ความหวัง รักไม่ใช่ความรู้สึกดาดๆ มันประกอบจากทุกสิ่งในขอบข่ายของความรู้สึก"

                แม้อาจจะยังไม่มีใครเคยถามเขาว่า หลังจากวันที่หย่าร้างกับภรรยาในปี 2015 เขาจะยังยืนยันเหมือนที่เคยพูดไว้ว่า "ทุกเรื่องราวความรักอันยิ่งใหญ่จำต้องจบด้วยโศกนาฎกรรม" อยู่หรือไม่ แต่เชื่อแน่ว่า ผลงานที่เขาสร้างไว้ ผู้อ่านจะยังสามารถสัมผัสได้ถึงความรักอันเข้มข้น—แม้มองไม่เห็นมัน เหมือนกับสายลม...

.

5. “หัวใจเปี่ยมรักคือปัญญาที่จริงแท้ที่สุด" Charles Dickens จากนิยาย David Copperfield (1850)

               

แม้มักจะถูกเอ่ยอ้างในรูปประโยคข้างต้นบ่อยครั้ง แต่จริงๆ แล้วประโยคเต็มๆ ของข้อความที่เรายกมา ซึ่งปรากฏอยู่ในนิยายลำดับที่ 8 ของ Charles Dickens ชื่อ David Copperfield คือ "หัวใจเปี่ยมรักยอดเยี่ยมและแข็งแกร่งกว่าปัญญา" ซึ่งหากจับตัวบทมาเชื่อมโยงกับช่วงเวลาที่ Dickens ยังมีชีวิต (1812-1870) อันเป็นยุคโมเดิร์น ที่เชิญชูเหตุผลและปัญญาเหนืออื่นใด เราจะพบว่า การเปรียบเปรยความรักด้วยการยกย่องให้มันอยู่เหนือปัญญา ได้สะท้อนภาวะความหัวขบถของ Dickens ออกมาอย่างดีเยี่ยม แถมแนวคิดนี้ก็ยังวนเวียนอยู่ชีวิตจริงของ Dickens ราววรรณกรรมอีกด้วย

                 ในวัย 24 ปี หลังแต่งงานกับ Catherine Hogarth—Dickens พลัดตกลงไปในห้วงรักผิดจารีตกับน้องสาวของเธอนาม Mary ผู้จะกลายมาเป็นต้นแบบของตัวละคร Little Nell ในนิยาย The Old Curiosity Shoppe ทันที และที่หว่องไปกว่านั้นคือ Mary กลับตายตัั้งแต่ยังสาว (ในอ้อมแขนของ Dickens) หัวใจของ Dickens แหลกสลาย ขณะภรรยาที่แท้จริงอย่าง Catherine ต้องชิงชัยเอาชนะความสัมพันธ์ของนักเขียนหนุ่มกับคนตาย และแล้วมากกว่า 20 ปี กับการมีลูกเป็นโขยง (สิบคน [ที่พีคคือ หนึ่งในนั้นชื่อ Mary Dickens อีกด้วย]) (ไม่มีข้อมูลใดยืนยันว่า Catherine ชนะหรือไม่ แต่ผู้เขียนคิดว่า ด้วยจำนวนลูกแล้ว เธอน่าจะชนะหลายหนอยู่) Dickens ก็ตัดสินใจโยน Catherine ออกไปจากชีวิต เมื่อได้พบกับนักแสดงสาว Nelly Ternan—นั่นล่ะ ”หัวใจเปี่ยมรักคือปัญญาที่จริงแท้ที่สุด"

.

6.นรกคืออะไร ผมยืนยันว่ามันคือความทุกข์ทรมานของการไร้สมรรถภาพที่จะรัก" — Fyodor Dostoyevsky จากนิยาย  The Brothers Karamazov (1880)

 

                ข้อความนี้ปรากฏอยูู่ในนิยายมหากาพย์ว่าด้วยความสัมพันธ์ซ่อนเงื่อนในครอบครัวคารามาซอฟ เรื่อง The Brothers Karamazov ที่นักเขียนผู้เป็นเสาหลักแห่งวงการน้ำหมึกรัสเซียอย่าง Fyodor Dostoyevsky ยังเขียนไม่ทันจบก็ด่วนตายจากไปเสียก่อน

                อิจฉาริษยา การเมือง ศาสนา ศรัทธา ชู้สาว น้ำเน่า รักร้าว ปิตุฆาต นี่คือเรื่องราวที่เราจะได้พบในนิยายดังกล่าว ซึ่งจริงๆ แล้ว อาจกล่าวแล่้วได้ว่า ชีวิตจริงของผู้เขียน และเรื่องราวความรักของเขาก็เข้มข้นไม่แพ้กัน เพราะในชีวิตของ Dostoyevskyนั้นก็มีเรื่องแซ่บๆ อยู่เต็มไปหมด ตัวอย่างเช่น เขาเคยกระทำความ 'เห็นเมียคนอื่นมันชื่นหัวใจ~' เพราะภรรยาคนแรกของเขาคือหญิงสาวผู้มีคู่ครองอยู่แล้วนาม Maria Dmitrievna Isaeva—หลังสามีของเธอตายในปี 1855 เขาก็ได้ใช้ชีวิตร่วมกันกับเธอ (พ่วงด้วยลูกติดอีกหนึ่งคน) แม้กระนั้น ชีวิตคู่ของทั้งสองก็ไม่ได้ราบรื่นเท่าไรนัก เนื่องจากความจนไส้แห้งของนักเขียนหนุ่มเอง (แถมยังเป็นนักพนันตัวยงอี๊กกก) และการต้องรับมือกับโรคลมชักที่ติดตัวมาตั้งแต่โดยจับขังคุก ครั้งถูกข้อหาร่วมวางแผนโค่นล้มพระเจ้าซาร์—Dostoyevsky เขียนอธิบายความสัมพันธ์ของเขากับภรรยาว่า "เพราะบุคลิกแปลกประหลาด น่าเคลือบแคลง และแสนมหัศจรรย์ของเธอ แน่นอนว่าเราจึงอยู่ด้วยกันอย่างไร้สุข แต่เราไม่สามารถหยุดรักอีกฝ่าย และความทุกข์ที่มากขึ้น ก็ทำให้เราหลงใหลกันเพิ่มขึ้น" ถึงแม้ในความจริง หนึ่งปีก่อนภรรยาจะเสียชีวิต เขากลับแอบไปมีกิ๊กลับๆ เป็นนักศึกษาสาวนาม Polina Suslova ก็ตาม—นั่นคงเพราะ นักเขียนของเราอาจจะยังไม่อยากตกนรกก็เป็นได้ 

.

7."ความรักรักการรักความรัก"James Joyce จากนิยาย Ulysses (1922)

 

                อ่านออกเสียงผ่านๆ อาจฟังเป็นประโยคงงๆ แต่หากค่อยๆ พิจารณาดีๆ นี่อาจเป็นนิยามของความรักที่แสนคมคาย ตรง สั้น กระชับ และอยู่หมัดมากที่สุดนิยามหนึ่ง

                ความรัก — รัก — การรัก — ความรัก

                ข้อความข้างต้นอยู่ในส่วนหนึ่งของนิยายแนวกระแสสำนึกนาม Ulysses โดย James Joyce—ซึ่งข้อความที่ตามมาหลังการเล่นคำของประโยค Love loves to love love หรือที่เราพยายามแปลให้มีความหมายที่สุดในที่นี้ว่า "ความรักรักการรักความรัก" นั้น คือการจับชื่อของคนสองมาต่อกัน แล้วใส่คำกริยา อย่าง 'รัก' เข้าไปคั่นตรงกลาง เช่น "พยาบาล รัก เภสัชกรผู้มาใหม่”, "ช้างจัมโบ้ รัก ช้างอลิซ”, “Gerty MacDowell รักเด็กชายที่มีจักรยาน”,  "มหาราชา รัก มหารานี" ฯลฯ ก่อนจบด้วย "คุณรักใครบางคน และใครคนนั้นรักคนอื่น เพราะทุกคนรักใครบางคน แต่พระเจ้ารักทุกคน"

                โว้ว งงไปหม๊ดดด แต่ทั้งหมดนี้ ก็เพื่อจะบอกว่า เมื่อคนสองคนกำลังตกหลุมรักใครอีกคนอย่างหัวปักหัวปำ พวกเขาย่อม 'รัก' ที่จะอยู่ในการสภาวะแห่งความรักเหล่านั้นนั่นเอง

                พี่ Joyce แกเล่นเอางง จนกินพื้นที่การเล่าถึงชีวิตรักของแกเลยทีเดียว และสำหรับใครที่ยังงงกับนิยามความรักข้างต้น เราขอยกประโยคของนักเขียนรุ่นใหญ่แนวโรแมนติกอย่าง William Shakespeare มาต่อกรกับเจ้าพ่ออาวองต์การ์ดย่างพี่ Joyce เป็นการปลอบใจ

                "รักคือควัน และมันสร้างขึ้นมาจากไอของการถอนหายใจ"

                เอ่า! ถอนหายใจยาวๆ ให้นิยามความรักของพี่ Joyce  แกอีกสักที

เรียนรู้ความจริงของความรัก และความสัมพันธ์ ในแง่มุมที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน ด้วยนิยามว่า 'ความรัก เป็นทักษะที่ต้องเรียนรู้ มากกว่าการใช้ ความรู้สึก' กับหนังสือเล่มใหม่ในโครงการ THE SCHOOL OF LIFE ที่ชื่อว่า Relationships ได้ที่ http://www.b2s.co.th/book/relationships.html

 

 

อ้างอิงจาก :