• ช้อปครบ 599 ส่งฟรีภายใน 3 วันทำการ
  • ชำระเงินปลอดภัย

คุณยังไม่มีสินค้าในตะกร้า

Blog - Color of the Year ตำแหน่งที่ไม่ได้มาเพราะความบังเอิญ

Color of the Year ตำแหน่งที่ไม่ได้มาเพราะความบังเอิญ
โดย admin b2s 5/2/2018 18:30

Color of the Year ตำแหน่งที่ไม่ได้มาเพราะความบังเอิญ

ช่วงท้ายปีที่ผ่านมา Pantone บริษัทธุรกิจสี และสถาบันวิเคราะห์เทรนด์ ด้านสี ชั้นนำของโลก เพิ่งจะประกาศ Color of the Year กันไป โดยสีที่มงลงประจำปี 2018 ได้แก่ สีม่วง Ultra Violet รหัส 18-3838 นั่นเอง เพื่อสื่อถึงการมีความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ ความฉลาด และวิสัยทัศน์แห่งการกำหนดอนาคต

ซึ่งเอาเข้าจริงๆ แล้ว เราทุกคนก็คงเคยเกิดคำถามขึ้นมาในหัวว่า Color of the Year มันคืออะไรกันแน่? มันมีไว้ทำไม? แล้วใครเป็นคนตัดสิน?เพื่อทลายคำถามคาใจเหล่านั้น เราจะมาช่วยไขทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับ Color of the Year ให้ได้ทราบกัน

 

กำเนิดสีแห่งปี Color of the Year

Color of the Year คือการประกาศสีประจำปีโดยผู้เชี่ยวชาญในวงการสีทั่วโลก ผ่านแม่งาน Pantone บริษัทผู้จดทะเบียนชื่อกับรหัสสีที่ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการ ที่คอยอยู่เบื้องหลังการเป็นประกาศผลของทุกปี

บริษัทดังกล่าวรู้จักกันดีในเรื่องของการกำหนดมาตรฐานระบบสีแพนโทน (PMS) มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ของประเทศสหรัฐอเมริกา สินค้าของทางบริษัท Pantone ที่เราๆ น่าจะเห็นเคยผ่านหูผ่านตากันมาบ้างก็คือ Pantone Guide หรือที่คนไทยมักจะเรียกกันติดปากว่า ‘ไกด์สี’ หรือ ‘สมุดเทียบสี’ เป็นเล่มกระดาษแข็งแสดงตัวอย่างสีจดทะเบียนของทางบริษัทที่มีเฉดสีใกล้เคียงกัน นิยมใช้อย่างแพร่หลายทั้งในด้านอุตสาหกรรมการพิมพ์และสิ่งทอ ยกตัวอย่าง ถ้าเราลองเปิดสมุดเทียบสีไปที่หน้าหมวดหมู่ของสีม่วง เราก็จะเจอสีม่วงหลากหลายเฉดที่สามารถเลือกนำมาใช้กับงานของเราได้ทุกรูปแบบ

ปัจจุบัน Pantone ได้สร้างมาตรฐานสีที่มีคนใช้กันมากที่สุด เป็นผู้นำในการจัดจำแนกเฉดสีที่มีชื่อและรหัสเรียกอยู่จำนวนมาก ความที่ทางบริษัทเห็นเทรนด์สีที่คนนิยมชมชอบมาโดยตลอด เขาก็เลยจัดให้มีการคัดเลือก Color of the Year ของแต่ละปีขึ้นมาซะ

 

มีอะไรใต้ Color of the Year

เจตนารมณ์หลักของไอเดีย Color of the Year คือการคาดการณ์เทรนด์สีแห่งอนาคตที่แสดงถึง ‘อิทธิพลของสี’ ในการบ่งบอกวัฒนธรรม ทัศนคติ และห้วงอารมณ์ของสังคมมนุษย์ในช่วงเวลานั้นๆ

เพราะในตัวมนุษย์ทุกคนจะมีความหลงใหลในสีสันแอบแฝงอยู่ การใช้สีเป็นตัวแทนเพื่อบ่งบอกถึงบางสิ่งบางอย่างจึงเป็นวิธีการถ่ายทอดความหมายอันลึกซึ้งให้มนุษย์เข้าใจได้ง่ายที่สุด การเลือกสีประจำปีขึ้นมานี้จึงไม่ใช่แค่เพียงให้คนมาลงเสียงโหวตว่าตัวเองชอบสีไหนมากกว่ากัน แต่เป็นการใช้พลังอำนาจของสีเพื่อมาเป็นสัญลักษณ์ของสังคมในแต่ละปี ให้ผู้คนได้ตระหนักถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้น เพิ่งจะเกิดขึ้น และกำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต

นอกจากนี้ Color of the Year ยังเป็นมีประโยชน์กับเหล่านักออกแบบผลิตภัณฑ์และสิ่งทอต่างๆ สำหรับการเลือกใช้สีที่มีพลังอำนาจที่จะช่วยโน้มน้าว สร้างแรงจูงใจ และสร้างแรงบันดาลใจให้กับลูกค้าได้อีกด้วย ที่สำคัญเทรนด์สีเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมการออกแบบทั่วโลก เรียกว่าเป็น ‘สีแห่งกลยุทธ์’ ประจำปีนั้นๆ เลยก็ว่าได้ 

 

ใครเป็นคนตัดสินว่าสีนี้ต้องเป็น Color of the Year

ทุกปีในการตัดสินว่าสีไหนจะได้เป็น Color of the Year ทางบริษัท Pantone จะเป็นเจ้าภาพใหญ่จัดงานประชุมลับในเมืองแถบยุโรปปีละ 2 ครั้ง ซึ่งจะเชิญตัวแทนจากบริษัทกลุ่มสีมาตรฐานของชาติต่างๆ มารวมกัน ผ่านการคัดเลือกจากทีมผู้ศึกษาเทรนด์โลก สำรวจจากทั้งวงการดีไซน์ด้านหนัง ศิลปะ กีฬา แฟชั่น รวมไปถึงการเมืองด้วย เพื่อช่วยกันตัดสินว่าสีไหนควรจะได้เป็น Color of the Year โดยทุกบริษัทจะมีสิทธิ์และเสียงเท่ากันหมด เพราะฉะนั้นทุกคนก็เลยสามารถนำเสนอความคิดหรือหาเหตุผลมาโต้แย้งได้ด้วยเช่นกัน เพื่อกำหนดเทรนด์สีที่ทั่วโลกไว้วางใจ

แต่ถ้าหากเจาะลึกถึงเรื่องการตัดสินลงไปอีก ผู้ที่อยู่เบื้องหลัง Color of the Year ที่แท้ทรู คงหนีไม่พ้นผู้เชี่ยวชาญสาวทางด้านสีโดยเฉพาะอย่าง ลีทริซ ไอส์แมน (Leatis Eiseman) ผู้อำนวยการบริหารของทาง Pantone ที่เรามักจะเห็นเธอเป็นผู้ประกาศผล Color of the Year และคอยให้สัมภาษณ์ว่าทำไมสีนี้ถึงได้รับเลือกในแต่ละปีนั่นเอง

 

สีอะไรบ้างที่เคยได้ Color of the Year

การประกาศ Pantone Color of the Year เริ่มครั้งแรกในปี 2000 และดำเนินการต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน มีสีที่เคยได้รับเลือกให้เป็น Color of the Year จำนวนเกือบ 20 สี ซึ่งหากไล่เรียงทั้งหมดคงไม่หวาดไม่ไหว เราจึงขอยกตัวอย่างที่มีสีสันโดดเด่นโดนตา เรื่องราวโดนใจมาให้ชมกัน

เริ่มจากปี 2011 สีที่ได้รับเลือกคือสีชมพู Honeysuckle ที่ได้ชื่อว่าเป็นสีแห่งการช่วยขจัดความทุกข์เศร้า เนื่องจากในปีนั้นเป็นช่วงเวลาที่สังคมกำลังเกิดความตึงเครียดกัน สีชมพู Honeysuckle นี้จึงได้รับเลือกเพราะเป็นสีที่มีเสน่ห์ และยังสามารถช่วยกระตุ้นการหลั่งของสารอะดรีนาลีนในร่างกายให้ขจัดความเศร้าออกไปได้อีกด้วย

ตามมาติดๆ กับสีส้ม Tangerine Tango ของปี 2012 ที่สร้างปรากฏการณ์สำคัญให้แก่วงการเครื่องสำอางทั่วโลก เมื่อแบรนด์ต่างร่วมมือกับ Pantone นำสีประจำปีนี้มาผลิตสินค้าทั้งลิปกลอส ครีม กลิตเตอร์ ขนตาปลอม และน้ำเคลือบเงาเล็บ ฯลฯ สร้างความน่าจดจำให้กับแวดวงแฟชั่นและการแต่งหน้าที่สีส้มมาแรงมาก

หรือในปี 2016 ซึ่งเป็นปีแรกและปีเดียวที่ Color of the Year มีถึง 2 สีด้วยกันคือ สีชมพู Rose Quartz และสีฟ้า Serenity สองสีโทนพาสเทลที่แสดงถึงความสมดุลของธรรมชาติ ระหว่างความอบอุ่นและความเงียบสงบผ่อนคลาย เพื่อให้ทุกคนแสวงหาความสงบสุขและสันติให้กับชีวิตนั่นเอง

 

สรุปแล้วการประกาศผล Color of the Year ไม่ได้จัดขึ้นเพื่อแสดงว่าสีไหนสวยหรือดีที่สุด แต่กลับเป็นการเลือกที่จะใช้สีเพื่อเป็นสัญลักษณ์สำหรับแสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์ในแต่ละปี ที่สามารถสัมผัสใจของผู้คนได้ง่ายที่สุดต่างหาก เหมือนดังที่ ลีทริซ ไอส์แมน ผู้อำนวยการบริหารของทางบริษัท Pantone ได้กล่าวไว้ว่า “นอกจาก Color of the Year จะเป็นสิ่งที่มีคุณค่าและทรงอิทธิพลอย่างมากในโลกของการออกแบบแล้ว สิ่งนี้ยังเป็นภาพสะท้อนของโลกในปัจจุบันต่อมนุษย์อย่างแท้จริง”

 

ข้อมูลจาก

-https://www.pantone.com/color-of-the-year-2018?utm_source=coy_release&utm_medium=facebook&utm_campaign=coy_social

- https://www.pantone.com/pages/pantone.aspx?pg=21111&ca=90

- https://en.wikipedia.org/wiki/Pantone

- http://www.favforward.com/25047/trend/color-of-the-year-greenery/