• ช้อปครบ 599 ส่งฟรีภายใน 3 วันทำการ
  • ชำระเงินปลอดภัย

คุณยังไม่มีสินค้าในตะกร้า

Blog - Read To Remember อ่านหนังสือยังไงไม่ให้ลืม สารพัดเทคนิคการจำจากนักอ่านทั่วมุมโลก

Read To Remember อ่านหนังสือยังไงไม่ให้ลืม สารพัดเทคนิคการจำจากนักอ่านทั่วมุมโลก
โดย admin b2s 5/2/2018 18:10

“โอ๊ย! อ่านยังไงก็ไม่เข้าหัว สงสัยต้องเอาหนังสือมาต้มกินแล้วมั้งเนี่ย!”

เสียงบ่นแบบนี้ดังขึ้นมาเรื่อยๆ เมื่อปฏิทินฉีกหน้ามาถึงเดือนกุมภาพันธ์ที่ปลายเดือนกำลังจะมีการสอบ GAT/PAT ประจำปีการศึกษา 2561 ตามติดมาด้วยการสอบวิชาสามัญ 9 วิชาในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ เชื่อได้ว่าน้องๆ หนูๆ กำลังก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือสอบกันอย่างขะมักเขม้น เพื่อเตรียมตัวเข้าห้องสอบที่ให้ความรู้สึกอย่างกับสนามรบ

แน่ละ ก่อนสอบเราก็ต้องอ่านหนังสือเตรียมตัวหลายเล่ม ไม่ว่าจะเป็นวิชาหลัก วิชาเสริม หรือบางทีก็ยังมีหนังอ่านนอกเวลา การบันทึกข้อมูลจำนวนมากๆ ลงสมอง มันก็ต้องมีสภาวะสมองล้า จำได้บ้าง ลืมไปบ้าง หนักหน่อยก็อาจประสบปัญหาอ่านอะไรก็ไม่เข้าหัวเสียที

ในวันนี้ B2S Think Space มีเทคนิคอ่านหนังสือให้จำได้แม่นๆ จากนักอ่านทั่วมุมโลกมาบอกกัน ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการสอบได้ด้วยนะ เป็นสูตรลับที่จะทำให้คุณจำหนังสือที่อ่านได้ทุกเล่มโดยไม่ต้องต้มกิน

เริ่มอ่านด้วยหนังสือที่อยากอ่าน

วอร์เรน บัฟเฟตต์ นักลงทุนระดับมหาเศรษฐีคนหนึ่งของโลก กล่าวถึงวิธีการอ่านหนังสือแล้วจำไว้อยู่ 3 วีธี คือการฝึกสมองให้รู้สึกประทับใจ (impression) สร้างการมีส่วนร่วม (association) และทบทวนอยู่เสมอ (repetition)

ความประทับใจที่ว่าเกิดจากการเลือกหนังสือที่อยากอ่าน ซึ่งอาจมีประเด็นเนื้อหาที่น่าสนใจ รวมไปถึงความประทับใจจากประสบการณ์การอ่านที่มีฉากน่าจดจำ หรือการใส่ตัวเองแทนสถานการณ์นั้นๆ เพราะตามหลักวิทยาศาสตร์แล้ว เวลาเรารู้สึกสนุกหรือตื่นเต้น สมองจะหลั่งโดปามีนออกมา ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพความจำ ทำให้เราจำเนื้อหาที่อ่านได้ดียิ่งขึ้น ฉะนั้นเราควรเริ่มต้นอ่านในหนังสือที่อยากจะอ่านเสียก่อน

ต่อมาคือการสร้างมีส่วนร่วมกับหนังสือ เชื่อมโยงเนื้อหาที่อ่านกับสิ่งที่เรารู้อยู่แล้ว เพื่อค้นหาสิ่งที่ตรงกับความคิดหรือขัดแย้งกับความคิด และสุดท้ายคือวินัยเบสิค หมั่นอ่านทบทวนเป็นระบบอยู่เสมอ แล้วสิ่งที่ได้อ่านก็จะไม่ลืมหายไปแน่นอน

เขียนสรุปทันทีที่อ่านจบ

เพราะการเขียนเป็นกระบวนการรวบรวมข้อมูลสำคัญได้ในระยะเวลารวดเร็ว การเขียนสรุปทันทีที่อ่านจึงเปรียบเสมือนการทบทวนและจัดระเบียบความคิดต่อหนังสือที่เพิ่งอ่านจบ

ทีปกร วุฒิพิทยามงคล ผู้บุกเบิกสื่อออนไลน์ The MATTER เป็นอีกหนึ่งคนที่ใช้เทคนิคนี้ ซึ่งเขาบอกกับเราว่า  “เทคนิคการอ่านแล้วจำได้ของผมคือ หนึ่ง – เขียนสรุปหลังจากอ่านทันทีเพื่อเรียบเรียงความคิด, สอง – นึกถึงสิ่งที่หนังสือบอกไว้ นำมาปรับใช้กับสถานการณ์รอบตัวบ่อยๆ และ สาม – เชื่อมโยงกับสิ่งที่ตัวเองเคยรู้ เคยอ่านมา หรือทบทวนว่าสิ่งที่หนังสือบอก มันขัดแย้งกับสิ่งที่เรารู้มายังไง”

หากเรานำมาประยุกต์ใช้กับการอ่านหนังสือสอบ ทำสรุปเนื้อหาใจความสำคัญ รวมตัวอย่างกรณีศึกษาที่น่าสนใจ และใส่ความเห็นของเราเพิ่มเติม เมื่อใกล้ถึงเวลาสอบ เราก็สามารถหยิบบทสรุปนั้นๆ ออกมาทบทวนได้ในกระดาษเพียงแผ่นเดียว 

ใช้ปากกาสีช่วยจำ

ปกติแล้วในกระเป๋าดินสอของคุณมีปากกาอยู่กี่สีกันบ้าง? หลายคนคงมีอยู่อย่างน้อย 2 สี คือน้ำเงินและแดง อย่างมากก็มีปากกาดำเพิ่มขึ้นมาอีกสีเท่านั้น แต่รู้ไหมว่าการมีปากกาหลากสีสัน ช่วยให้เรามีประสิทธิภาพในการจำมากขึ้นได้

เราคงได้ยินทฤษฎีสีเกี่ยวกับการจำมาบ้างแหละว่า สีจะสามารถเพิ่มการจดจำเนื้อหาได้มากกว่าปกติ หลายๆ คนจึงมีข้อแนะนำซื้อปากกาสีติดตัวไว้ เวลาอ่านหนังสือก็ใช้ปากกาสีในการจดเนื้อหาหรือทำสรุป เหมือนดั่ง ศิรดา ไตรตรึงษ์ทัศนา ผู้พิชิตคะแนนสอบแอดมิชชั่นสูงสุดของประเทศประจำปี 2558 ที่เคยให้สัมภาษณ์กับไทยรัฐว่า สีและภาพสามารถทำให้เรียนรู้ได้ง่ายขึ้น “ปรางเชื่อว่า สีช่วยในเรื่องของความจำ เพราะว่าถ้าเราจดเป็นสีขาว-ดำทั้งหมด เราจะนึกไม่ออก”

การใช้ปากกาสีช่วยจำยังสอดคล้องกับงานวิจัยจากนักวิจัยประจำมหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบีย ประเทศแคนาดา ที่ค้นพบความมหัศจรรย์ของสีในงานศิลป์ต่างๆ เช่น หนังสือ รูปถ่าย ป้ายโฆษณา การตกแต่งบ้าน ฯลฯ ว่า สีที่เรามองเห็นนั้น จะเชื่อมโยงเข้ากับการรับรู้ความรู้สึกและความทรงจำของเราได้เป็นอย่างดี เพราะสีที่แตกต่างกันก็สามารถกระตุ้นผู้คนให้มีอารมณ์ความรู้สึกที่ต่างกันออกไปด้วย รวมถึงการกระตุ้นความทรงจำและช่วยทำให้จดจำข้อมูลได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้นนั่นเอง

เล่าให้คนอื่นฟัง

คะบะซะวะ ชิอง จิตแพทย์ชื่อดังชาวญี่ปุ่นได้นำความรู้ทางด้านประสาทวิทยา บวกกับประสบการณ์ตรงจากการอ่านหนังสือเดือนละไม่ต่ำกว่า 30 เล่มตลอด 30 ปี มาถ่ายทอดผ่านหนังสือ ‘เทคนิคอ่านให้ไม่ลืม ที่จิตแพทย์อยากบอกคุณ’ โดยหนึ่งในเทคนิคอ่านแล้วจำได้ไม่ลืมที่น่าสนใจคือ การส่งออกข้อมูลด้วยการแนะนำหนังสือนั้นๆ อย่างรอบด้านให้ผู้อื่นฟัง ซึ่งเขาแนะนำว่า “เมื่อรับข้อมูลเข้าสู่สมองแล้ว ต้องทำการส่งข้อมูลออกให้ได้ 3-4 ครั้งภายใน 7-10 วัน”

ทั้งนี้ วิธีการส่งออกข้อมูลง่ายที่สุดคือการเล่าเนื้อหาให้คนอื่นฟัง แนะนำหนังสือให้คนอื่นอ่าน หรือเขียนความรู้สึกนึกคิดที่แล่นเข้ามาในหัว คำคมที่ให้แรงบันดาลใจ หรือเขียนบทวิจารณ์หนังสือนั้นๆ ลงบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งเราจะทำได้ก็ต่อเมื่อเราอ่านและไตร่ตรองจนเข้าใจเนื้อหาอย่างถ่องแท้ หากเราไม่สามารถอธิบายเนื้อหาที่เพิ่งอ่านจบไปให้คนอื่นฟังได้ เราก็อาจไม่มีทางพัฒนาการอ่านและการจำได้เช่นกัน

ผลพลอยได้อีกอย่างหนึ่ง คือเราอาจได้รับข้อมูลเพิ่มเติมจากเพื่อนในส่วนที่เรามองข้ามไป เกิดข้อถกเถียงที่แตกต่างจากความคิดเรา ซึ่งทำให้เราระลึกถึงข้อถกเถียงนั้นๆ ได้เมื่ออยู่ในห้องสอบ ฉะนั้นการมีเพื่อนคู่คิดเอาไว้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ก็เป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่ดีในการจำด้วย

เคี้ยวไป จำไปเว่อร์

อาจฟังดูแปลกหน่อยๆ แต่มีงานวิจัยหลายต่อหลายชิ้นยืนยันอยู่เสมอว่า การเคี้ยวหมากฝรั่งช่วยเพิ่มความจำได้นะ

ไม่ว่าจะเป็นวารสาร Appetite ที่ระบุว่า นักเรียนที่เคี้ยวหมากฝรั่งก่อนเข้าสอบ 5 นาที จะสามารถทำคะแนนได้ดีกว่านักเรียนที่ไม่ได้เคี้ยวหมากฝรั่ง, มหาวิทยาลัยคาร์ดิฟฟ์จากประเทศอังกฤษรายงานว่า การเคี้ยวหมากฝรั่งช่วยทำให้เกิดสมาธิต่อการทำงานนานขึ้น หรือทีมนักวิจัยจาก Baylor College of Medicine ที่ทำการทดลองพบว่า เด็กมัธยมฯ อายุระหว่าง 13 - 16 ปีที่เคี้ยวหมากฝรั่งระหว่างเรียนมีผลการประเมินด้านคณิตศาสตร์เพิ่มขึ้นถึง 3 %

หากอธิบายในเชิงวิทยาศาสตร์ สาเหตุก็เพราะการเคี้ยวหมากฝรั่งทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้น ส่งผลให้มีออกซิเจนและสารอาหารไปเลี้ยงสมองมากขึ้น กระตุ้นให้เกิดการผลิตอินซูลินซึ่งไปเลี้ยงสมองส่วนความจำ กระทั่งบริษัทลอตเต้ (Lotte) เคยคิดค้นผลิตภัณฑ์หมากฝรั่งชนิดบำรุงรักษาความทรงจำมาแล้ว

เชื่อมโยงความจำเป็นภาพ

ภาพหนึ่งภาพสามารถทดแทนคำพูดได้มากกว่าคำพันคำ อีกเทคนิคดีต่อสมองที่ช่วยสร้างความจำก็คือการสร้างความเชื่อมโยงการเรียนรู้ต่างๆ เป็นภาพ ซึ่งสามารถสร้างการจดจำได้ดีกว่าการอ่านข้อความเพียงอย่างเดียว

ณัฐกร เวียงอินทร์ บรรณาธิการ GM Live เล่าให้เราฟังถึงเทคนิคว่าคือการจำเป็นภาพเช่นกัน โดยเริ่มต้นที่การทำความเข้าใจนิยามหรือคอนเซปต์หนังสือก่อน แล้วหาจุดเชื่อมโยงความสัมพันธ์ผ่านกรอบความคิดต่างๆ พอใช้วิธีคิดแบบนี้สมองของเราก็จะจำเข้ารหัสอัตโนมัติ ซึ่งการจดจำด้วยภาพจะชัดกว่าเนื้อหา พูดง่ายๆ คืออะไรก็ตามที่เราต้องจำ จะต้องแปลงให้อยู่ในรูปแบบของภาษาภาพเสมอ ทางที่ดีควรเชื่อมโยงสิ่งที่เราคุ้นเคยด้วย

หากอ่านแล้วยังสงสัย ลองดูตัวอย่างภาพเชื่อมโยงกับสิ่งของภายในบ้าน จากคลิปนี้เลย 

ทั้งหมดนี้เป็นเทคนิคบางส่วนที่น้องๆ สามารถนำไปประยุกต์กับการอ่านหนังสือสอบได้เช่นกัน ครั้นถึงเวลาสอบลองถามใจเธอดูว่า เรามีความพร้อมสู่สนามสอบแล้วหรือยัง?

ถ้าพร้อมแล้ว กำอาวุธให้แน่น แล้วตวัดความรู้คมๆ กำราบคำถามให้สยบคาปากกา

 

 

ข้อมูลจาก

https://open.buffer.com/how-to-read-more-and-remember-it-all/

https://www.nateliason.com/never-forget-books-you-read/

https://www.farnamstreetblog.com/2017/10/how-to-remember-what-you-read/

http://www.businessinsider.com/how-to-remember-everything-you-read-2015-9

https://sharpbrains.com/blog/2009/05/14/8-tips-to-remember-what-you-read/2/