• ช้อปครบ 599 ส่งฟรีภายใน 3 วันทำการ
  • ชำระเงินปลอดภัย

คุณยังไม่มีสินค้าในตะกร้า

Blog - อ่านหนังสือริมทะเลอย่างไร...ให้ได้อรรถรส

อ่านหนังสือริมทะเลอย่างไร...ให้ได้อรรถรส
โดย admin b2s 20/3/2018 18:09

หลังจากที่พี่กรมอุตุนิยมวิทยาเขาเพิ่งจะตัดริบบิ้นประกาศต้อนรับชาวไทยเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการไปเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ทั้งที่เราก็ร้อนตับแตกกันมาเป็นชาติแล้ว สิ่งที่คนไทยส่วนใหญ่จะนึกถึงเมื่อได้ยินคำว่า ‘ฤดูร้อน’ เป็นอย่างแรกก็คงจะหนีไม่พ้น ‘ทะเล’ สถานที่พักผ่อนหย่อนใจประจำหน้าร้อนเป็นแน่แท้

พอมาพูดถึงทะเล กิจกรรมที่คนส่วนใหญ่มักจะทำก็คงหนีไม่พ้นพวกเล่นน้ำ อาบแดด หรือไม่ก็เล่นก่อกองทรายอีกนั่นแหละ ซึ่งกิจกรรมพวกนี้อะมันแมสเกินไป มันยังชิคยังคูลไม่พอ เพราะฉะนั้น วันนี้เราเลยจะมาพูดถึง ‘การอ่านหนังสือริมทะเล’ กัน

รู้หรือเปล่าว่าการอ่านหนังสือริมทะเล มันได้อรรถรสยิ่งกว่าการนั่งอ่านอยู่ที่บ้านอีกนะ และถ้าคุณยังไม่รู้ว่าจะอ่านเรื่องอะไรดี วันนี้ทางเราก็มีหนังสืออ่านชิลๆ ริมทะเลมาแนะนำทั้งหมดถึง 7 เล่มที่เหมาะกับคนทั้ง 7 สายด้วยกัน ทีนี้ก็แค่เลือกสายให้ตรงกับตัวเองมากที่สุด แล้วให้ตัวหนังสือช่วยผ่อนคลายจิตใจไป เคล้ากับเสียงคลื่นและลมทะเลไปพร้อมกันเลยจ้า

 

 

สายตื่นเช้า ทะเลสดใสเริ่มวันใหม่แบบชิคๆ           

                เขาว่ากันว่า ถ้าอยากจะอารมณ์ดีไปทั้งวัน ให้เราเริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยการคิดแต่เรื่องดีๆ แสดงว่า ถ้าจะอ่านหนังสือตอนเช้า ก็ต้องอ่านอะไรที่มันฟีลกู้ดๆ สิถึงจะถูก เราขอแนะนำเล่มนี้เลย “คิดถึงตอนนั้นเหมือนกันนะ” โดย ง่วง

หลังจากเห็นชื่อหนังสือแล้ว ก็อย่าเพิ่งด่วนตัดสินกันไป ถึงชื่อเรื่องของเขาจะให้อารมณ์เหมือนกับหนังสือเศร้าๆ เหงาๆ ไปสักนิดก็เถอะ แต่เนื้อหาข้างในนี่ขอบอกเลยว่าฟีลกู้ดมากๆ อ่านแล้วจะทำให้เรารู้จักหันกลับไปมองความทรงจำของตัวเองทั้งเรื่องที่สมหวังและผิดหวังจนทำให้เราเป็นเราในวันนี้ได้ดีเลยล่ะ

                ทำไมหนังสือเล่มนี้ถึงเข้าคู่กันได้ดีกับทะเลยามเช้าอย่างงั้นหรอ? ก็เพราะทะเลตอนเช้าจะสดใสที่สุด แถมคนไม่พลุกพล่านเหมือนตอนเย็นๆ ด้วยนะ ยิ่งถ้าได้อ่านหนังสือเล่มนี้เคล้าเสียงคลื่นไปด้วย ก็จะเหมือนการพาตัวเราไปทบทวนตัวเองถึงเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านเข้ามา ให้เราได้สัมผัสความรู้สึกแบบนั้นอีกครั้งหนึ่ง แถมยังได้ข้อคิดดีๆ จากหนังสือเล่มนี้ไว้เป็นแรงผลักดันตัวเราเองในอนาคตอีกด้วยนะ เรียกได้ว่าเป็นการเริ่มต้นเช้าวันใหม่ที่ดีงามสุดๆ ไปเลยจ้า

 .

สายอินเลิฟ ทะเลหวานกว่าน้ำต้มผัก

                สำหรับคนที่มาทะเลเป็นคู่ หรือกำลังมีความรักอยู่ หากคุณต้องการเปลี่ยนรสชาติน้ำทะเลแสนเค็มที่คุณได้ไปเยือน ให้กลายเป็นน้ำทะเลแสนหวานละมุนลิ้นละก็ เราขอแนะนำให้คุณอ่านเล่มนี้เลยจ้า “ความน่าจะเป็นทางสถิติของรักแรกพบ” วรรณกรรมแปลของ เจนนิเฟอร์ อี. สมิธ ที่จะมาช่วยเติมความหวานภายในเลือด และเพิ่มอุณหภูมิหัวใจของคุณให้อบอุ่นมากยิ่งขึ้น ด้วยเนื้อเรื่องอันแสนโรแมนติกที่แฝงไปด้วยความมุ้งมิ้งกรุ้งกริ้งให้หัวใจได้ชุ่มชื้นดีเหลือเกิน      

                โดยเรื่องราวจะเล่าถึง แฮดลีย์ ซัลลิแวน หญิงสาวผู้คิดว่าตัวเองช่างโชคร้ายเหลือเกิน หลังจากที่เธอเพิ่งพลาดเที่ยวบินรอบสำคัญเพียงแค่มาช้าไปสี่นาทีเท่านั้น แต่โชคร้ายในครั้งนี้กลับกลายเป็นสิ่งที่เปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาล เพราะมันทำให้เธอได้พบกับ โอลิเวอร์ เด็กหนุ่มผู้ก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเธอโดยบังเอิญ แต่ความรักที่เกิดขึ้นระหว่างเขาทั้งคู่นั้นกลับไม่ใช่เรื่องบังเอิญนะจ๊ะ เพราะเรื่องร้ายๆ ที่เราพบเจอมักจะกลับกลายมาเป็นเรื่องดีเสมอแหละ   

 .

สายอกหัก อยากเอารักไปโยนทะเล

                ร้อยทั้งร้อยของคนที่มาทะเล ถ้าไม่หนีร้อน ก็หนีรักมากันทั้งนั้น และถ้าคุณมาทะเลเพื่อปลอบประโลมหัวใจตัวเองละก็ เราขอแนะนำว่าถ้าจะเศร้า ก็ต้องเศร้าให้มันสุด ถ้าจะลืม ก็ต้องลืมให้มันหมด ให้มันเหลือแต่ความทรงจำดีๆ ที่เราได้จำว่าเขาเคยผ่านเข้ามาก็เพียงพอแล้ว (เกริ่นซะเศร้าเชียว ฮือออ) เพราะฉะนั้น ต้องเพิ่มความอินด้วยหนังสือเล่มนี้เลย “กาลครั้งหนึ่ง..เราเคยอยู่ในวงโคจรของกันและกัน” โดย ถ่าน หนังสือที่อ่านแค่ชื่อเรื่องน้ำตาก็แทบไหลแล้วจ้า

                หนังสือได้รวบรวมเรื่องราวต่างๆ ที่เขาพบเจอมาในชีวิต แล้วนำมาร้อยเรียงในสไตล์ของตัวเองลงบนหน้ากระดาษที่สามารถถ่ายทอดออกมาสู่ใจผู้อ่านทุกคนได้อย่างตรงใจซะเหลือเกิน โดยเรื่องราวจะเล่าถึงชีวิตของคนเราที่มีผู้คนมากมายผ่านเข้ามาและผ่านไป เพื่อเข้ามาเติมแต่งสีสันและรสชาติให้กับชีวิต บางครั้งก็สดใสบ้าง บางครั้งก็มืดหม่นบ้าง แล้วแต่เข็มทิศชีวิตจะพาเราไป เล่มนี้จึงเหมาะที่จะอ่านริมทะเลเป็นอย่างมาก เพราะถ้าเราอ่านแล้วเศร้าจนน้ำตาไหลเมื่อใด คลื่นทะเลจะคอยปลอบเราอยู่เสมอว่า... “ซู่ซู่” #แฮ่

 .

สายมีสาระ หาความรู้ใส่สมองแม้แต่ตอนมาทะเล

                จะอ่านหนังสือทั้งทีมันก็ต้องได้สาระด้วยสิ จะมาเอาแต่อ่านแล้วเพลิน อ่านแล้วคลายเครียดอะไรกัน ถ้าของดีจริงมันต้องมีสาระสอดแทรกไว้ด้วยสิถึงจะเข้าแนวเรา ดูอย่าง “วรรณคดีไทยไดเจสต์” ที่เขียนโดย ชนัญญา เตชจักรเสมา หรือยูทูบเบอร์ชื่อดังจากแชนแนล Point of View สิ นี่แหละถึงจะเรียกว่าของจริง หนังสือเล่มนี้เขาถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ของวรรณคดีไทยออกมาในชนิดที่เรียกว่าย่อยง่ายเสพง่ายต่อผู้อ่านสุดๆ ให้ตีลังกายืนอ่านยังรู้เรื่องอะคิดดู (นี่ก็เกินไป)

                หนังสือเล่มนี้จะเรียกว่าเป็นหนังสือที่ถ่ายทอดวรรณคดีไทยออกมาได้ร่วมสมัยมากที่สุดแล้วก็ว่าได้นะ เพราะแทบทุกหน้ากระดาษและทุกบรรทัดนี่สามารถเชิญชวนให้เราอยากอ่านต่อได้ตลอดเลย นี่สิถึงจะเป็นการอ่านหนังสือแบบเพลิดเพลินที่แท้ทรู แถมยังได้สาระเกี่ยวกับวรรณคดีไทยที่เราไม่เคยรู้มาก่อนอีกด้วยนะ และถ้าจะให้ดีเราขอแนะนำให้คุณลองไปนั่งอ่านแถวๆ หาดปึกเตียน หรือไม่ก็หาดนางรำดูสักที จะได้สูดกลิ่นอายแห่งวรรณคดีไทยกันแบบเต็มสตรีมไปเลย

 .

สายลุย ต่อให้อ่านกลางทะเลก็ไม่หวั่น    

                แหมอุตส่าห์มาทะเลทั้งที ถ้าเรามันก็สายลุยล่ะ? จะให้มานั่งอ่านหนังสือแนวโรแมนติกมุ้งมิ้งมันก็ไม่ใช่สไตล์เราสักนิด งั้นต้องนี่เลยจ้า “เพอร์ซีย์ แจ็กสัน กับอาถรรพ์ทะเลปีศาจ” ของ ริก ไรออร์ดัน ที่รับรองว่าถ้านั่งอ่านตอนอยู่ทะเลละก็ จะได้อรรถรสยิ่งกว่าการนั่งดูหนังในโรงภาพยนตร์แบบ 3D ซะอีก เพราะเสียงคลื่นกับกลิ่นไอทะเลนี่มาเต็มแน่นอน รับประกันเลยว่าท่านจะได้ความอิน โดยที่ไม่ต้องพึ่งเอฟเฟกต์ใดใดช่วยบิ้วท์เลยทีเดียว

                เรื่องราวในหนังสือก็จะดำเนินต่อจากเล่มที่แล้วอย่าง เพอร์ซีย์ แจ็กสัน กับสายฟ้าที่หายไป โดยคราวนี้พ่อหนุ่มเพอร์ซีย์ของเราต้องผนึกกำลังกับเหล่าผองเพื่อนออกเดินทางตามหาขนแกะทองคำ ณ ทะเลปีศาจ เพื่อที่จะนำขนแกะวิเศษนี้มาช่วยกอบกู้ค่ายฮาล์ฟบลัดให้พ้นจากหายนะครั้งใหญ่ให้ได้ อ่านแค่เรื่องย่อก็ตื่นเต้นแล้วใช่ไหม? แต่ยังไม่หมดเท่านั้นจ้า บอกเลยว่าเล่มนี้เขาผจญภัยกันแบบสมบุกสมบันสุดๆ ทั้งล่องเรือในสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาเอย สู้กับยักษ์เอย เอาเป็นว่าต้องไปหามาอ่านกันแล้ว!

 .

สายโรแมนติก ฟินจิกน้ำทะเล

                เราเชื่อว่าต้องมีผู้หญิงหลายคนเลยแหละ ที่เคยฝันว่าอยากจะจัดงานแต่งงานของตัวเองที่ทะเล แหมก็ทะเลตอนที่พระอาทิตย์ตกดินมันแสนโรแมนติกจะตายไปเนอะ แต่สักพักเราก็จะตื่นขึ้นมาพบความจริงที่ว่า อ้าว! เรายังโสดนี่หว่า จะมีโอกาสตอนไหนได้ไปฟินริมทะเลกับเขาวะเนี้ย!

แต่อย่าเพิ่งเศร้าไปเลยออเจ้า เพราะเรามีตัวช่วยที่จะมาเติมเต็มความฟินของเจ้าให้ทะลุปรอทไปเลย ซึ่งสิ่งนั้นก็คือ “ฉันไม่ชอบทั้งโลก ฉันชอบแค่เธอคนเดียว” วรรณกรรมแปลจากนักเขียนชาวจีน เฉียวยี ที่เคยทำให้ผู้อ่านในประเทศจีนฟินจนบิดตัวเป็นเกลียวมาแล้วกว่า 3,000,000 คน

                “บนโลกที่ไม่มีอะไรแน่นอนใบนี้ ฉันอยากเฝ้ามองมันไปพร้อมๆ กับเธอตลอดไป” แค่เห็นคำโปรยของหนังสือก็พาใจอ่อนระทวยไปหมดแล้วใช่ไหมล่ะ แต่ยังไม่หมดเท่านั้น! สิ่งที่พีคอีกอย่างหนึ่งของหนังสือเรื่องนี้เลยก็คือ เนื้อเรื่องทั้งหมดเขียนขึ้นมาจากเรื่องจริงล้วนๆ ไม่มีการมโนใดใดขึ้นมาเองเลยจ้า หนุ่มปากแข็งแต่โรแมนติกแบบพระเอกมันมีตัวตนจริงๆ บนโลกนี้นะเว้ย ความฟินเวลาอ่านนี่เพิ่มขึ้นไปอีกสิบระดับ และยิ่งถ้าได้อ่านตอนมาเที่ยวทะเลนะ รับรองว่าคุณจะเขินบิดตัวชนิดที่ว่าสามารถสร้างน้ำวนในทะเลได้เป็นสิบๆ วงเลยทีเดียวเชียว

 .

สายเส้นตื้น อ่านอยู่ดีๆ อยากกรามค้าง

                มาทะเลทั้งทีมันก็ต้องมีรื่นเริงครื้นเครงกันเป็นธรรมดา แล้วถ้าใครเป็นสายเส้นตื้นหรือสายฮานะ เชิญเร่เข้ามาทางนี้เลยจ้า เพราะเรามีหนังสือบริหารอวัยวะบนใบหน้า โดยเฉพาะส่วนกรามของคุณ ให้ค้างแบบเอาลงไม่ได้กันไปเลย ซึ่งหนังสือเล่มนี้ก็คือ “ชีวิตดีๆ ที่ลงตัว LIFE IS BETTER” โดย สะอาด หนังสือการ์ตูนสะท้อนสังคมคนเมืองกรุง ที่เสียดสีได้อย่างเจ็บแสบจนผิวหนังแทบถลอก และจิกกัดได้อย่างมีอารมณ์ขัน จนคนอ่านต้องเผลอยิ้ม หรือเผลอหลุดหัวเราะออกมาเสียงดังบ้างล่ะ

                ด้วยความที่ สะอาด นักเขียนการ์ตูนช่างสังเกตผู้นี้ ได้หยิบยกเรื่องราวต่างๆ ที่เขาพบเจอในชีวิตประจำวันมาถ่ายทอดออกเป็นรูปแบบของการ์ตูนแก๊ก ทำให้เรื่องหนักๆ ที่เข้าใจได้ยากนั้น ถูกย่อยออกมาให้เสพได้อย่างง่ายดาย แถมยังมีมุขตลกที่สอดแทรกให้ผู้อ่านได้ขำกันจนปวดท้อง และบางมุขก็จริงซะจนขำไม่ออกกันเลยทีเดียว แหมก็เพราะการเป็นคนกรุงเนี้ย มันช่างเจ็บปวดเสียจริงๆ หนังสือเล่มนี้จึงเหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับสายฮาที่หนีเมืองกรุงมาผ่อนคลายกายาและจิตใจที่ทะเล