• ช้อปครบ 599 ส่งฟรีภายใน 3 วันทำการ
  • ชำระเงินปลอดภัย

คุณยังไม่มีสินค้าในตะกร้า

Blog - สำรวจหนังสือของนักออกแบบ เล่มไหนซัมมอนไอเดียไว ให้แรงบันดาลแรงเว่อร์

สำรวจหนังสือของนักออกแบบ เล่มไหนซัมมอนไอเดียไว ให้แรงบันดาลแรงเว่อร์
โดย admin b2s 3/4/2018 15:18

ว่าด้วย “นักออกแบบ” หนึ่งในอาชีพที่ต้องมีสายตาในการมองหาความเป็นไปได้ใหม่ ทักษะในการแก้ไขปัญหา และความสามารถในการหยิบจับต้นทุนทางความคิดมาเปลี่ยนเป็นไอเดียในผลงานแต่ละชิ้น ซึ่งรูปแบบการสะสมต้นทุนทางความคิดนั้นก็มีหลากหลายกันไป โดยหนึ่งในเครื่องมือที่ดีที่สุดก็คือ หนังสือ นั่นเอง

วันนี้เราพาไปสำรวจหนังสือเบื้องหลังความคิดของนักออกแบบ 6 คนจากหลากหลายสาขา ว่าพวกเขาหยิบจับเล่มไหนออกจากชั้นหนังสือกันในวันที่ต้องการแรงบันดาลใจหรือมีเล่มไหนเป็นต้นทางของความคิดก่อนจะสร้างผลงานใหม่ให้ออกมากันบ้าง 

1. ภาณุวัฒน์ อู้สกุลวัฒนา

นักออกแบบตัวอักษร

OALD (Oxford advanced learner dictionary)

 

ดิกชันนารี ผมชอบสุ่มๆ เปิดดูคำ ตั้งแต่เด็กมีดิกติดกระเป๋าเอาไว้เปิดดูหลบสายตาคน แล้วเพิ่งมาพบตอนโตว่ามันมีอิทธิพลกับตัวเองมาก ซึ่งวิธีอ่านดิกมันอ่านได้หลายแบบมากแล้วแต่จะเริ่มจากคำ หรืออ่านความหมาย หลังๆ ช่วงทำงานออกแบบก็เริ่มใช้ในเวลาที่ต้องการคีย์เวิร์ดสำหรับทำงาน บางทีบังเอิญเจอคำที่ไม่เคยคิดมาก่อน แต่ความหมายพ้องกับที่ต้องการ ก็ได้คำมาใช้ การอ่านดิกคือการอ่านความคิดคนฉบับย่อที่สุดในโลก ไม่มีอะไรย่อไปได้มากกว่านี้แล้ว เมื่อคำกับความคิดคือสิ่งเดียวกัน คนคิดเป็นคำ คำกลับมาคุมคน ไอเดียทั้งหมดของคนก็อยู่ในคำ เปิดอ่านดิกเร็วๆ จึงเป็นวิธีที่เลือกใช้

.

2. กนิฐปัญณีย์ นิ่มศรีทอง

Art Director, a book publishing

When the Moon Forgot

ผู้เขียน: จิมมี่ เลี่ยว (Jimmy Liao)

 

เลือกเล่มนี้ให้เป็นหนังสือสร้างแรงบันดาลใจ เพราะนอกจากเรื่องราวในหนังสือแล้ว เรื่องราวของผู้เขียนที่ชื่อจิมมี่ เลี่ยว ซึ่งเป็นนักวาดภาพและนักเขียนชาวไต้หวัน ก็สร้างแรงบันดาลใจได้มากเหมือนกัน 

เราอ่านเล่มนี้เป็นเล่มแรกๆ ตอนเพิ่งเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย สาขาศิลปกรรม (โดยไม่มีพื้นฐานทางศิลปะเลย) ตอนนั้นจำได้ว่าอ่านแล้วชอบมาก ทั้งวิธีการวาด การใช้สี และเรื่องราว หลังจากนั้นเราเลยรีเสิร์ชต่อจึงพบว่า จิมมี่มีความคล้ายคลึงกับเราหลายอย่าง ทั้งเรื่องที่ไม่เคยคิดว่าตนเองจะเรียนในแขนงของศิลปะและเรื่องที่ต้องพยายามค้นหาตัวเอง กว่าเขาจะวาดรูปและเขียนหนังสือได้มากขนาดนี้ เขาต้องต่อสู้กับปัจจัยหลายอย่าง ทั้งสุขภาพตัวเองและอารมณ์ภายในจิตใจ หลังจากที่ภรรยาได้ให้กำเนิดลูกสาว เขาจึงมีแรงบันดาลใจที่จะกลับมาวาดภาพและเขียนหนังสืออีกครั้ง เรายิ่งศึกษาชีวิตของเขาแล้วก็ยิ่งรู้สึกว่า ขนาดเรายังไม่เคยเจอปัญหาหนักแบบเขา ทำไมเราถึงจะไม่มีแรงทำอะไรที่เราอยากทำล่ะ เพราะฉะนั้นเราต้องขยันและทำให้มันสำเร็จ จากพลังก้อนนี้ เลยเป็นแรงผลักให้เรามาถึงวันนี้ได้ ได้อยู่ในจุดที่เราค่อนข้างพอใจ ดังนั้นหนังสือเล่มนี้ จึงเป็นเล่มที่ไม่ว่าผ่านเวลามานานแค่ไหน ก็ยังคงเป็นเล่มที่เรานึกถึงและเป็นพลังให้ได้เสมอ

.

3. วชิรา รุธิรกนก

Design Director ที่ Rabbithood Studio

ดีไซน์ + คัลเจอร์

ผู้เขียน: ประชา สุวีรานนท์


ตอบว่า ดีไซน์คัลเจอร์ เล่ม 1 ของพี่ประชา (สุวีรานนท์) เพราะตอนที่เริ่มทำงานออกแบบมันเป็นการเริ่มแบบจังหวะชีวิตพาไป โดยที่ไม่ได้เรียนออกแบบมาเลย ความรู้ด้านการออกแบบเป็นศูนย์ มีแต่ความสนใจกับชอบเป็นต้นทุน ดีไซน์ + คัลเจอร์ ของพี่ประชาเป็นหนังสือเล่มแรกที่เปิดโลกของการทำงานออกแบบให้ แถมเป็นโลกที่กว้างขวางมากในช่วงเวลานั้น มันทำให้เห็นวิธีคิด วิเคราะห์ และการตีความที่อยู่เบื้องหลังงานออกแบบของนักออกแบบชั้นนำต่างๆ  ก็ศึกษาและทำความรู้จักผ่านมุมมองของพี่ประชาเป็นต้นทาง จากนั้นก็ไปค้นคว้าต่อเอาเอง แล้วพอแกออกเล่มสองเล่มสามและเล่มอื่นๆ ก็ตามไปอ่านอีก

.

4. ดุษฎี บุญชัยศรี

Founder and Creative Director at nonnormative

Apple

ผู้เขียน: Ken Miki

 

อาจจะไม่ได้เป็นหนังสือที่เอาไว้ดูเพื่อหาไอเดียหรือ reference เสียทีเดียว แต่เป็นหนังสือที่ช่วยทำให้กลับมาย้อนดูและทำความเข้าใจถึงแก่นและธรรมชาติของการ ‘design’ หรือการออกแบบอะไรสักอย่าง ในหนังสือแบ่งกระบวนการเป็น 6 ขั้นตอนง่ายๆ คือ Understanding (ความเข้าใจ), Observation (การสังเกต), Imagination (จินตนาการ), Analysis (การวิเคราะห์), Revision (การปรับปรุงใหม่) และ Visualization (การคิดเป็นภาพ) โดยการใช้แอปเปิลเป็นตัวอธิบายในแต่ละบทไป

.

5. พนิตา แสงหิรัญวัฒนา

Sensory experience designer

Experimental Eating

ผู้เขียน Center for Genomic Gastronomy (Zack Denfeld, Cathrine Kramer, Emma Conley)

 

หนังสือที่รวบรวมศิลปะและงานออกแบบเกี่ยวกับประสบการณ์การกินอาหาร ตั้งแต่ที่มาของอาหารจนถึงการจัดการอาหารที่เหลือ ตั้งแต่ยุค 1960s จนถึงปัจจุบัน เป็นคนที่ชอบเรื่องเกี่ยวกลิ่นและอินเรื่องศิลปะของประสาทสัมผัสกับการออกแบบที่มีผลต่อประสบการณ์ ทำให้ตัดสินใจเรียนต่อปริญญาโทด้านนี้ ตอนนี้เลยทำโปรเจ็กต์เรื่อง note-by-note cooking ใช้สารประกอบที่สกัดจากอาหารมาเป็นส่วนประกอบหลักในการทำอาหาร เราสนใจเรื่องวิทยาศาสตร์อาหารเพราะรู้สึกว่าอยากให้การออกแบบมีงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์มารองรับ เป็นการออกแบบด้วยเหตุและผลจริงๆ ไม่ได้พร่ำเพรื่อเอาเอง