ศริญฟอร์มพิทยาคม งานศิลปะรีฟอร์มการศึกษา ที่ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับกระดานดำ

เด็กนักเรียนที่มาในรูปแบบหุ่นครึ่งตัวหน้าตาประหลาด เป็นมิตรบ้าง ดูหลอนบ้าง นั่งเรียงเป็นแถวราวกับมีคุณครูใจดียืนสอนอยู่หน้าห้องและพวกเขาฟังอย่างตั้งใจ รอบห้องเป็นการจัดบอร์ดและสื่อการสอนหลากหลายวิชา ภายในห้องเรียนที่เป็นส่วนหนึ่งของเทศกาล Freeform Festival 2017 ที่จัดบนพื้นที่ในอดีตโรงเรียนโรจน์เสรีอนุสรณ์นี้ คือผลงานที่เกิดจากความร่วมมือของ The Uni_form Design Studio และ SRINLIM ภายใต้ผลงานชื่อ “ศริญฟอร์มพิทยาคม”

 

จากการได้รับเชิญชวนในโปรเจคต์ Freeform Festival 2017 โดยสองผู้ก่อตั้งอย่างพี-รวมพร ถาวรอธิวาสน์และอู๋-ภฤศธร สกุลไทย เทศกาลที่เกิดขึ้นภายใต้แนวคิด ‘Celebrate Mistake’ เฉลิมฉลองให้กับความผิดพลาด ได้ทำงานบนความสนุก ไม่ต้องเก๊กและเกร็งให้ดูเท่จนผู้ชมไม่กล้าเข้าใกล้ เอิ้น – ศริญญา ลิมป์ทองทิพย์ ผู้ก่อตั้ง SRINLIM จึงเอ่ยปากชวน The Uni_form Design Studio เข้ามาออกแบบพื้นที่ห้องเรียนด้วยความสนุกด้วยกัน เพื่อเป็นพื้นที่ทดลองในการนำสองสไตล์งานที่แตกต่างมาผสมผสานเป็นความคอนทราสต์ที่อยู่ร่วมกันอย่างลงตัว

 

หนึ่งในเป้าหมายของเทศกาลนี้คือการเปิดกว้างทางความคิด ด้วยบริเวณพื้นที่รอบๆ เป็นกลุ่มครอบครัวและผู้อยู่อาศัยชาวต่างชาติอยู่เป็นจำนวนมาก การจัดงานและกิจกรรมต่างๆ จึงคำนึงถึงการมีส่วนร่วมระหว่างสมาชิกในครอบครัว ทั้งกิจกรรมเวิร์กช้อปสำหรับเด็ก มีห้องสำหรับเด็กพร้อมพี่เลี้ยงและผู้ดูแล ในกรณีที่พ่อแม่ต้องการขึ้นไปดูงานข้างบน เพื่อให้เป็นเทศกาลที่สามารถเข้าชมได้ทั้งครอบครัวที่แท้จริง

 

1

รายวิชาเก่า เล่าแบบใหม่ในห้องเรียนเดิม

 

ไอเดียเริ่มต้นตั้งแต่วันแรกที่ลงพื้นที่ ด้วยความบังเอิญเป็นวันที่ฝนตก บรรยากาศที่เกิดขึ้นตรงหน้าจึงเป็นการจุดประกายเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นตามมาในภายหลัง ภาพของโรงเรียนร้าง ซากปรักหักพัง งานแปะบอร์ดเก่า รอยเขียนตามกำแพงต่างๆ ตารางสอบ โปสเตอร์ต่างๆ องค์ประกอบเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้สองผู้ก่อตั้งจาก The Uni_form Design Studio บิ๊ก-ปริวัฒน์ อนันตชินะ และซิท – วุฒิภัทร สมจิตต์ ที่เดินสำรวจห้องต่างๆ และค้นพบรายละเอียดสำคัญอย่างลายมือเขียนวันที่บนกระดานดำที่เขียนไว้ในปีพ.ศ. 2542 จึงเป็นไอเดียตั้งต้นในการนำเสนอรายวิชาต่างๆ จากเมื่อ 20 ปีก่อน ทั้งวิชาสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต (สปช.) การงานพื้นฐานอาชีพ (กพอ.) คณิตศาสตร์ ภาษาไทย หรือสุขศึกษา

 

1-5

1-6

ศริญฟอร์มพิทยาคมเป็นสื่อผสมที่ต่อยอดจากของเดิมในพื้นที่ ทำให้บางรายวิชา เช่นวิชาคณิตศาสตร์ เติมลูกเล่นกับพื้นที่เดิมที่มีอยู่แล้ว ทั้งพื้นกระเบื้องที่เว้าแหว่งหลุดลอก บานเกล็ดที่หายไป เสาที่มีร่องรอย จึงได้ทีให้ดีไซเนอร์นำสก็อตเทปสีเหลืองสดไปแปะ พร้อมเขียนสูตรคำนวณหาพื้นที่ที่หายไปในแต่ละจุด, วิชาสุขศึกษา ที่เกิดขึ้นจากการปลดปล่อยความคิดตามใจชอบของปริวัฒน์ ผ่านการวาดภาพเครื่องในจากตับไตถึงไส้พุงเป็นรูปแบบภาพวาดดรอว์อิ้งสีขาว-ดำ และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้ร่วมระบายสีในภาพ เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างงานกับผู้ชม พร้อมนำภาพวาดจัดบอร์ดบนกระดานดำด้วยกระดาษไข ให้ความรู้สึกโปร่งแสงเหมือนฟิล์มเอ็กซเรย์

 

1-4

อีกหนึ่งไฮไลท์คือแบบอ่านวิชาภาษาไทย ที่วุฒิภัทรนำมาจากแบบเรียนเขียนก.-ฮ. สในยุคมัยก่อน เขาออกแบบตัวอักษรภาษาใหม่โดยสร้างฟอร์มง่ายๆ จากโครงสร้างของภาพประกอบจากในหนังสือแบบเรียนสมัยก่อน จนเกิดเป็นแบบเรียนภาษาไทยร่วมสมัยที่มาพร้อมกับคำอ่านเพื่อให้เด็กๆ ได้ลองฝึกอ่านจริง ทำให้เกิดปฏิสัมพันธ์จากเด็กๆ ที่เข้ามาชมงานอ่านกันอย่างสนุกสนาน จนถึงบอร์ดบอกรักที่ดูเชยชวนย้อนวัย สื่อสารผ่านการเขียนลิควิดบนโต๊ะหรือกำแพง ส่งความนัยด้วยเพลงยุค 90 หรือแจกเบอร์เพจตามยุคสมัย เป็นลูกเล่นน่ารักๆ ที่ทำให้คนดูได้คิดย้อนไปถึงช่วงเวลาแห่งวันหวาน

 

1-7

ตั้งชื่อลูก

 

“ศริญฟอร์มพิทยาคม มาจากการนำชื่อของสองสตูดิโอมารวมกัน” ศริญญาบอกเล่าถึงที่มาของงาน แม้ก่อนหน้านี้จะมีชื่อตัวเลือกอื่นๆ อย่าง มานะมานี่, ป.9/4, The Youth code แต่ก็พบว่าเป็นชื่อที่ดูเท่และเก๊กเกินไป ทำให้ “ศริญฟอร์ม” เข้ารอบสุดท้ายและเป็นชื่อไทยที่ได้รับการคัดเลือก ไอเดียมาจากการตั้งชื่อลูก ที่พ่อแม่นำส่วนหนึ่งของชื่อมาผสมกันจนเกิดเป็นคำใหม่

 

2-1

สำหรับเด็กนักเรียน (ที่สุดจะหลอน) นั้นมาจากความบังเอิญของวุฒิภัทร ในวันที่เขาไปเดินเล่นแถวสำเพ็งและเจอร้านขายหุ่นเหล่านี้ในราคาแสนถูก จึงเหมามาหมดร้านเพื่อนำมาวางกลางห้องเรียน ทำหน้าที่เป็นนักเรียนที่มีคาแรกเตอร์ต่างกันออกไป ทั้งเด็กหญิงสุดแซ่บ เด็กชายหัวโจก เด็กโดนทำโทษ เป็นหุ่นที่โดนบอมบ์จากทีมนักออกแบบ และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ลงมือละเลงสีได้ตามใจชอบอีกด้วย

 

2-2

“คนมีจินตนาการของเขาจากของที่เราทิ้งไว้ให้ สีสเปรย์วางทิ้งไว้มีเด็กคนหนึ่งเข้ามาเล่น ตอนแรกผมว่าคนเป็นแม่ต้องห้ามแน่เลย แบบกลัวเลอะ กลัวเหม็น แต่ปรากฏว่าคุณแม่เชียร์มาก ปล่อยให้ลูกเล่นเต็มที่ หรือมีเด็ก 2-3 คนที่ไม่กลัวหุ่นเลย เดินเข้าไปเล่นเลย ก็จะเกิดเป็นบรรยากาศอีกแบบ”

 

 

 

ความสนุกเป็นที่ตั้ง เปิดพื้นที่ให้ปฏิสัมพันธ์ต่อยอดงาน

 

ศริญฟอร์มพิทยาคมเป็นผลลัพธ์ของการ “เอามันส์ไว้ก่อน” ถ้าจะเรียกว่าความคาดหวังก็มีเพียงหวังให้ผู้เข้าร่วมได้มีปฏิสัมพันธ์กับผลงานด้วยความสนุกสนาน ทั้งสองสตูดิโอจัดวางสีกระป๋อง ไหมพรม วัสดุต่างๆ ไว้ให้ผู้เข้าชมได้ลองหยิบจับ เย็บปัก หรือการประยุกต์ราวตากผ้าให้เป็นกี่ทอผ้า ให้คนเข้ามาทอไหมพรมสื่อสารจินตนาการได้ตามชอบ ทำให้ศริญฟอร์มในวันแรกกับวันสุดท้ายก็จะให้ผลงานที่ถูกแต่งเติมเป็นอีกหนึ่งรูปแบบที่มีผู้ชมทุกคนเป็นหนึ่งในผู้สร้างสรรค์

 

“ทุกคนเข้าใจเพราะใครๆ ก็มีความทรงจำชั้นเรียนประถม ทุกคนมีเป็นความทรงจำร่วมกัน” นี่อาจเป็นหนึ่งเหตุผลเบื้องหลังที่ทำให้งานนี้สร้างรอยยิ้มให้กับคนได้ทุกช่วงวัย และทำให้การร่วมมือกันของสองสตูดิโอที่ต่างกันสุดขั้วได้เกิดเป็นผลงานมันส์สมใจ ไร้กรอบ ไร้ข้อจำกัด และเฉลิมฉลองให้กับความไม่สมบูรณ์แบบต่างๆ ความหมายของ collaboration ในครั้งนี้ยังสอดคล้องกับแนวคิดของ The Uni_form Design Studio ที่มักจะเชิญเพื่อนๆ จากสตูดิโออื่นๆ มาทำงานร่วมกันเมื่อมีเวลาว่างหรือมีโปรเจ็คต์ที่น่าสนใจ สำหรับ SRINLIMแล้ว การได้ทำงานอย่างสนุกและเจอกับโจทย์ใหม่ที่นอกเหนือจากงานคอมเมอเชียลด้วยการทำโปรเจ็คต์ที่หลุดกระโดดออกมาจากกรอบบ้าง จึงเป็นสิ่งที่ศริญญาบอกว่า “สรุปคืองานนี้ก็สนุกและมันส์ดี ที่ได้ก้าวข้ามผ่านความไม่เก็กไม่เกร็ง เห็นคนกล้าเข้ามาเล่นกับงาน หรือลองเย็บงานกับผ้าที่เราเตรียมไว้ให้ ตอนนี้ก็รอชมชิ้นงานในวันสุดท้ายว่าผ้าจะมีลวดลายออกมาเป็นยังไง”

 

* ขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก Wutthipat Somjit