ซานต้าเป็นซอมบี้และมนุษย์กลายพันธุ์? 6ตัวแทนวันคริสต์มาสผู้มีที่มาจาก ‘ซานต้า คลอส’

 

คำถามที่ว่า ‘ซานต้า คลอส’ มีจริงไหมอาจเชยไปแล้ว

 

หากตอนนี้เมืองไทยมีพี่ตูน บอดี้แสลมเป็น ‘พี่ตูนของทุกคน’—ในความใฝ่ฝันของเด็กน้อยทั่วโลกตั้งแต่รุ่นคุณทวดจนถึงปัจจุบัน อาจกล่าวได้ว่า คุณลุงพุงพลุ้ยในชุดสีแดงอย่างซานต้า ก็มีสถานะเป็น ‘ลุงซานต้าของทุกคน’ มานานแล้วไม่แพ้กัน

 

ใครก็รู้ว่าเขาคือตัวแทนของความสุข ตามประโยคที่เขาชอบอวยพรในทุกปีว่า ‘Merry Christmas!’ นั่นล่ะ

 

และยิ่งเป็นไอคอนสุดป๊อปมากเท่าไหร่ เรื่องราวของคุณลุงก็ถูกหยิบมาเล่า แต่งเติม หรือต่อยอดเป็นเรื่องราวใหม่ๆ หลายอิดิชั่นมากเท่านั้น

 

ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่า เขาไม่มีตัวตนอยู่จริง ในเมื่อเขาปรากฏตัวอยู่ในจินตนาการหรือเรื่องเล่าต่างๆ มาแล้วนักต่อนัก เหมือนที่ครั้งหนึ่งนักหนังสือพิมพ์จาก the New York Sun ชื่อ Francis Pharcellus Church เขียนจดหมายตอบเด็กน้อยช่างสงสัยอย่าง Virginia O’Hanlon ไว้ว่า

 

“ใช่แล้ว เวอร์จิเนีย ซานต้าคลอสมีจริง เขามีตัวตนอย่างแน่นอนพอๆ กับความรัก ความเอื้ออารี และการปรากฏตัวของการเสียสละ เธอก็รู้ว่าสิ่งเหล่านั้นสมบูรณ์พร้อม มอบชีวิตเปี่ยมความงามและความสุขอย่างถึงที่สุด ใช่เลย! ความหมองเศร้าจะอยู่ในโลกอย่างไร ถ้าซานต้า คลอสไม่มีจริง”

 

นั่นล่ะ ห้อยถุงเท้ารอรับของขวัญเตรียมไว้ แล้วไปทำความรู้จักกับเรื่องราวของตัวแทนแห่งวันคริสมาสต์ทั้ง 6 เรื่องนี้กันดีกว่า

 

1

1.ซอมบี้ซานต้า 

 

“ซานต้า คลอสไม่ควรถูกกินอย่างยิ่ง” นั่นคือแนวคิดเริ่มต้นของนิยายขนาดสั้นเรื่อง I Saw Zombies Eating Santa Claus หรือที่แปลได้ว่า ฉันเห็นซอมบี้กำลังหม่ำลุงซานต้า ของ S.G. Browne ที่อุกอาจถึงขนาดเปลี่ยนซานต้า คลอสให้กลายเป็นซอมบี้

 

แต่ก็อย่าเพิ่งเอะอะหาว่า นักเขียนกำลังลบหลู่ดูคุณลุงซานต้าแสนใจดีไปเสียก่อน เพราะเรื่องราวจริงๆ ของนิยายเรื่องนี้ว่าด้วยซอมบี้ตัวหนึ่ง ซึ่งหนีออกมาจากห้องวิจัย แล้วดันไปขโมยชุดซานต้ามาใส่เพื่อหนีการจับตัว จนกระทั่งไปเจอเด็กสาววัยเก้าขวบ ที่ไร้เดียงสาเสียจนคิดว่า คุณลุงซอมบี้คือลุงซานต้าในเทพนิยายตัวจริง (แหม! ไม่เหม็นกลิ่นศพกันบ้างเลย) แถมยังเลยเถิดเชื้อเชิญซอมบี้เข้ามาในบ้าน แน่นอนแหละว่าตามสไตล์นิยายชวนฝันนิดๆ ดรามาติกหน่อยๆ หนูน้อยของเราก็มีชีวิตอยู่เหมือนเด็กน้อยน่าสงสารผู้ถูกพ่อแม่ทอดทิ้งส่วนใหญ่ ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ผู้โหยหาความรักความเมตตา (จากลุงซานต้า) กับศพเดินได้ที่ต้องคอยกดข่มความอยากกินเนื้อมนุษย์ไว้ไปด้วยจึงเกิดขึ้น

 

ส่วนด้านล่างนี้คือบางส่วนของในนิยาย ที่เปรียบเทียบภาพของลุงซานต้ากับลุงซอมบี้ให้เห็นชัดๆ แถมยังจิกกัดให้พอแสบๆ คันๆ

 

“…เมื่อเริ่มมืด และกำลังรู้สึกหลงทิศหน่อยๆ ผมต้องใช้เวลาสักพักก่อนรู้ว่า ผมทั้งไม่ได้กำลังเลือดออก หรือชุ่มโชกไปด้วยเลือดของใคร แต่ผมกำลังสวมชุดซานต้า คลอสอยู่ต่างหาก

 

แน่นอน ผมไม่ได้มีลักษณะเหมือนเซนต์นิก (อีกชื่อหนึ่งของซานต้า) ตามประเพณีนิยม คุณจะไม่เรียกผม จ้ำม่ำ หรือไอ้อ้วน ผมไม่มีอะไรสั่นได้เหมือนชามที่เต็มไปด้วยเยลลี่ ผมเป็นภาคที่เล็กลงของซานต้า…”

 

 

2.1

2.ซานต้าถูกลักพาตัว

 

หากศึกษาประวัติศาสตร์เชิงฮาร์ดคอร์สักนิด เราจะพบว่า ต้นกำเนิดตำนานซานต้านั้น ต้องย้อนไปถึงเรื่องเล่าของนักบุญนิโคลัส ในคริสต์ศตวรรษที่ 4 ส่วนรูปลักษณ์แบบสวมชุดสีแดง เพิ่งมานิยมกันในสหรัฐอเมริกาและแคนาดาในคริสต์ศตวรรษที่ 19 จากอิทธิพลบทกวี A Visit from St. Nicholas โดยClement Clarke Moore แต่ไม่เคยมีตำนานไหนระบุว่า ซานต้าเคยถูกลักพาตัวไป จนกระทั่ง L. Frank Baumนักเขียนเจ้าของผลงานเดียวกับ The Wonderful Wizard of Oz เขียนเรื่องสั้นชื่อ A Kidnapped Santa Claus ขึ้นในปี 1904 และแน่นอน ตีพิมพ์ในเดือนธันวาคมตรงตามช่วงคริสต์มาสเป๊ะๆ

 

เรื่องสั้นนี้เรื่องเล่่าเรื่องเมื่อ ซานต้า คลอส ถูกปิศาจลักพาตัวไป เพราะต้องการให้เด็กๆ ไม่มีความสุข แน่นอนว่าพล็อตแบบนี้ เราคงคุ้นๆ เหมือนเคยได้ยินจากไหนมาก่อน—เอ้า! เฉลยล่ะกัน นั่นเป็นพล็อตในทำนองเดียวกับภาพยนตร์แอนิเมชั่นของ Tim Burton ชื่อ The Nightmare Before Christmas (1993) ที่ว่าด้วยเรื่องของ Jack Skellington ผู้นำแห่งหมู่บ้านฮาโลวีน ซึ่งวางแผนลักพาตัวซานต้า คลอสไปเพราะอยากเป็นซานต้าเสียเอง

2.2

แต่ถ้าคิดว่าเรื่องสั้นของ L. Frank Baum แต่งขึ้นเมื่อกว่าร้อยปีก่อน มันก็น่าทึ่งอยู่ดี (จริงๆ แล้ว Tim Burton ก็ได้แรงบันดาลใจมากจากเรื่องสั้นเรื่องนี้นั่นแหละ) แม้ซานต้าคนนี้จะไม่แตกต่างจากซานต้าอื่นๆ นัก คือใช้เวลาทั้งปีทำของเล่นให้เด็กๆ ในหมู่บ้านสมมติชื่อ ‘หมู่บ้านแห่งเสียงหัวเราะ’ แต่พอถูกจับไป ซานต้าก็ต้องต่อกรกับกับปิศาจแห่งการเห็นแก่ตัว ที่บอกให้ซานต้าเก็บของไว้กับตัวเอง ปิศาจแห่งการอิจฉา ที่ยั่วให้ซานต้าอิจฉาเด็กๆ หรือแม้กระทั่งปิศาจแห่งความเกลียดชัง ฯลฯ เพื่อสุดท้ายซานต้าจะได้โอเวอร์คัม เป็นพระเอกผู้ปราบความอยุติธรรมได้สำเร็จ ในธีมแบบแฟนตาซีผสมผจญภัย ตามสไตล์ Wizard of Oz

 

 

3

3.มนุษย์กลายพันธุ์ผู้แข็งแกร่งที่สุดในจักรวาล

 

เดือนธันวาคม ปี 1991 Marvel ตีพิมพ์ Marvel Holiday Special #1 ออกมาช่วงเทศกาลแห่งความสุขที่มัดรวมมาทั้ง คริสต์มาส และปีใหม่ เพื่อเรียกความสนใจ (และเรียกเงินเข้ากระเป๋า) จากแฟนบอยแฟนเกิร์ลตามสูตร นั่นคือการจับเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่มารวมกัน เรื่องของ Marvel Holiday Special #1 เริ่มเมื่อ Cerebro อุปกรณ์ตามหาตัวมนุษย์กลายพันธุ์ของ X-men ตรวจพบเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์กำลังออกอาละวาดอยู่แถวสถานที่ที่ชื่อ Rockefeller Plaza ระหว่างช่วงเทศกาลคริสต์มาส แถมหนึ่งในมิวแทนต์ยังแสดงให้เห็นชัดเจนว่า มัน ‘แข็งแกร่งที่สุด’ เท่าที่ Cerebro เคยเจอมา ซึ่งเหตุการณ์นี้จะนำไปสู่การต่อสู้ครั้งใหญ่ระหว่าง X-men กับ The Brotherhood of Evil Mutants แก๊งค์ตัวร้ายตัวต้นเหตุของความวุ่ยวาย

 

คำถามคือ ใครกันแน่คือมิวแทนต์ที่แข็งแกร่งที่สุด? และคำตอบชี้ชัดตายตัวนั่นก็คือ ‘ลุงซานต้า’ ของเรานั่นเอง เพราะเขาสามารถทำให้ทุกคนหยุดการต่อสู้ เปลี่ยนพวก Brotherhood เป็นโมเดลของเล่น เทเลพอร์ตพวก X-Men ไปที่อื่น แถมยังลบความจำของการเผชิญหน้าอีกต่างหาก หลังจากนั้นก็ทำให้เกิดหิมะไปทั่ว ว่ากันว่านี้คือข้อสรุปของการข้อถกเถียงที่ว่า ใครคือมิวแทนต์ที่เก่งในที่สุดในจักรวาลได้เลยทีเดียว

 

“ฉันเก่งที่สุดในสิ่งที่ฉันทำ และสิ่งที่ฉันทำคือความร่าเริง” ตาลุงแกว่างี้

 

4.1

4.ซานต้าพักร้อน

 

ทำงานเพื่อเด็กๆ ทั้งปีทั้งชาติเหงาๆ อยู่ลำพังว้าเหว่มาตลอดใครจะทนไหว ซานต้าก็เลยอยากขอลาไปพักร้อนกับเขาบ้าง แนวคิดนี้มาจากหนังสือภาพของ Raymond Briggs ชื่อ Father Christmas Goes on Holiday ที่ได้แรงบันดาลใจอีกทอดมาจากเรื่องราวของพ่อผู้เขียนเอง โดยคนเขียนบอกว่า “ผมมองเห็นด้านคู่ขนานระหว่างงานของฟาเธอร์คริสต์มาส (อีกชื่อเรียกของซานต้า) กับงานของพ่อของผม เขาเป็นคนส่งนม ในเช้าของวันคริสต์มาสผมจะลุกขึ้นมาตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อช่วยเขา”

4.2

Father Christmas Goes on Holiday เล่าเรื่องผ่านภาพประกอบ 33 หน้า ของลุงซานต้า ผู้มีชีวิตอยู่ในบ้านธรรมดาในเมืองแห่งหนึ่งของอังกฤษ จนวันหนึ่งนึกอยากถอดเครื่องแบบสีแดงออก และออกไปออนเวเคชั่นไทม์ โดยแกจะไปฝรั่งเศส สกอตแลนด์ ลาสเวกัส และเนวาดา ก่อนจะได้พบบทเรียนต่างๆ นานา แต่ที่ล้ำไปกว่านั้น และอาจทำให้พ่อแม่ต้องคิดก่อนซื้อหนังสือภาพ (ที่ดูเหมือนจะ) สำหรับเด็กเล่มนี้เป็นของขวัญให้ลูกๆ คือ คุณพ่อคริสต์มาสของ Raymond Briggs จะแสดงให้เห็นภาพซานต้าดื่มฮาร์ดดริ้งก์ สูบบุหรี่ เล่นพนัน สบถคำหยาบคาย เอ็นจอยกับการเกี้ยวหญิง และต้องเข้าห้องน้ำให้เป็นเหมือนปุถุชนธรรมดา

4.3

4.4

จริงๆ คนเขียน แกก็สารภาพตามตรง แต่ก็แฝงแง่คิดถึงวันคริสต์มาสได้อย่างน่าสนใจแหละว่า “ผมไม่ใช่แฟนของวันคริสต์มาส ทั้งหมดของมันคือความอึกทึกกึกก้องของความว่างเปล่า ทั้งหมดของมันเกี่ยวข้องกับครอบครัว และถ้าคุณไม่มีใคร มันก็จะว่างเปล่าอยู่หน่อยๆ”

 

 

5.1

5.นักเขียนผู้ปลอมตัวเป็นซานต้า—

 

ใครจะคิดว่าครั้งหนึ่งนักเขียนชาวอเมริกันผู้โด่งดังในนามปากกา Mark Twain หรือชื่อจริง Samuel Langhorne Clemens เจ้าของผลงาน The Adventures of Tom Sawyer และ Adventures of Huckleberry Finn ซึ่งถูกยกย่องให้เป็น ‘หนึ่งในนวนิยายอเมริกันอันยิ่งใหญ่’ จะลงทุนปลอมตัวเป็นซานต้า คลอส เพื่อลูกน้อยของตัวเอง

 

ลูกสาวคนโตของเขา Suzy Clemens มีชีวิตอันแสนสั้น เธออยู่กับความเจ็บป่วยมาตลอดเหมือนแม่ของเธอ ด้วยความเป็นลูกนักเขียน ตอนอายุ 13 ปี เธอเขียนชีวประวัติของพ่อตัวเอง และต่อมามันก็ปรากฏอยู่ในบางส่วนของหนังสืออัตชีวประวัติของ Mark Twain ชื่อ Chapters From My Autobiographyแล้วเธอก็จากโลกไปด้วยวัย 23 ปีด้วยโรคเหยื่อหุ้มสมองอักเสบ แม้กระนั้น วัยเด็กของเธอก็พอจะมีเรื่องให้ยิ้มออกอยู่บ้าง

5.2 (Mark Twain)

ในวันที่ลูกสาวกำลังป่วยออดๆ แอดๆ Mark Twainเขียนจดหมายถึงเธอในวัย 3 ขวบ ในนามของซานต้า โดยจั่วหัวจดหมายว่า “ปราสาทของเซนต์นิโคลัส บนดวงจันทร์ เช้าวันคริสต์มาสต์—Susy Clemens ที่รัก,” และมีท่อนหนึ่งเขียนได้อย่างสมบทบาทว่า “ฉันเป็นชาวต่างชาติ และอ่านภาษาอังกฤษไม่แตกฉาน แต่เธอจะพบว่าฉันไม่ได้ทำอะไรผิดพลาดเลยเกี่ยวกับสิ่งที่เธอและน้องขอมาในจดหมาย—ฉันลงไปทางปล่องไฟตอนเที่ยงคืนตอนที่เธอกำลังหลับ มอบของขวัญทั้งหมดด้วยตัวเอง—และจุมพิตเธอทั้งสองด้วย” ก่อนจบท้ายอย่างกินใจ และเป็นการตั้งคำถามตามประสานักเขียนว่า “ปล่อยมัน (รอยเท้าบนหินอ่อนของซานต้าที่เขาจงใจทิ้งไว้) ไว้ตรงนั้นตลอดไป เพื่อเป็นความทรงจำถึงการมาเยือนของฉัน และเมื่อไรก็ตามที่เธอมองหรืออวดมันแก่คนอื่น เธอจะปล่อยให้มันเตือนว่า เธอคือหนูน้อยแสนดี แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เธอซุกซน และใครสักคนชี้ไปที่รอย ซึ่งรองเท้าบูตของลุงซานต้าใจดีสร้างไว้บนหินอ่อน เธอจะอธิบายอย่างไร ยอดดวงใจตัวน้อย?”

 

 

6.16.Mrs.คลอส

 

หลังจากโลกนี้มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับซานต้า คลอสมามากมายหลายเวอร์ชั่น ในปี 1849 ซานต้าคลอสก็มีภรรยา โดยเธอปรากฏตัวครั้งแรกในเรื่องสั้นชื่อ A Christmas Legend ของ James Rees หมอสอนศาสนาชาวฟิลาเดียเฟีย เล่าเรื่องคู่รักสามีภรรยานักเดินทางผู้เหน็ดเหนื่อย ซึ่งได้รับที่พักพิงในบ้านหลังหนึ่งในวันคริสต์มาสอีฟ ก่อนเช้าวันรุ่งขึ้นเด็กๆ ในบ้านจะพบของขวัญมากมาย และเข้าใจว่านั่นคือ ของขวัญจากซานต้าและภรรยา

6.2

Mrs.คลอส ปรากฏอยู่ในเรื่องเล่ามากมายหลังจากนั้นในฐานะตัวละครรอง ผู้คอยช่วยเหลือซานต้า ส่วนรูปลักษณ์ที่ละม้ายคล้ายคลึงกับซานต้า คือเป็นหญิงชราใจดี ร่างท้วม ใส่ชุดแดง มีผมขาว ก็ชัดเจนขึ้นตามเวลา จนกระทั่งปี 1914 เธอจึงกลายเป็นตัวละครหลักในบทละครเรื่อง Mrs. Santa Claus, Militant โดย Bell Elliott Palmer และมาโด่งดังสุดๆ กับหนังสือภาพสำหรับเด็กเรื่อง How Mrs. Santa Claus Saved Christmas เมื่อปี 1963โดย Phyllis McGinley เจ้าของรางวัล Pulitzer Prize (จากรวมบทกวีชื่อ Times Three) ซึ่งเล่าเรื่องของการพยายามเปลี่ยนแปลงวันคริสมาสต์ให้ดีขึ้นของ Mrs.คลอส จนกระทั่งซานต้าเป็นกังวลต้องแอบหนีไปนอนอู้งาน (อาจเพราะไม่อยากเถียงเมีย)

 

ไม่แปลกหรอกที่ Phyllis McGinley จะมีประโยคเด็ดได้ใจชาวเฟมินิสต์อย่าง “การแต่งงานล้วนเป็นไอเดียของผู้หญิง และการยอมรับการเทียมแอกอันหนักอึ้งของผู้ชาย ทำให้เราสำนึกบุญคุณ”

 

หากซานต้าในจักรวาล Marvel คือสิ่งที่แข็งแกร่งที่สุดในจักรวาล มนุษย์เมียอย่าง Mrs.คลอส ก็คงเป็นจุดอ่อนเดียวของเขา

 

Merry Merry  Christmas!

 

อ้างอิงจาก :

 

https://americanliterature.com/author/mark-twain/short-story/a-letter-from-santa-claus

http://www.eastoftheweb.com/short-stories/UBooks/KidnSant.shtml

http://fandom.wikia.com/articles/5-marvel-ous-christmas-tales

http://literature.wikia.com/wiki/A_Kidnapped_Santa_Claus

http://literature.wikia.com/wiki/Father_Christmas_Goes_on_Holiday

http://mentalfloss.com/article/90113/secret-history-mrs-claus

http://www.nysun.com/editorials/yes-virginia/68502/

http://sgbrowne.com/novels/i-saw-zombies-eating-santa-claus/